|
บล.เอเซียพลัส : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 18/11/52
กลยุทธ์การลงทุน วันนี้ศาลปกครองฯ นัดอ่านสรุปคำไต่สวนฯ โดยยังไม่มีข้อสรุป แต่เชื่อว่าราคาหุ้นสะท้อนไปแล้ว หุ้นปิโตรเลี่ยมทรงตัว ตามราคาน้ำมันดิบฟื้นตัว เป็นโอกาสสะสม หุ้น December Effects จะให้ผลตอบแทนสูงกว่าตลาด: PSL, BANPU, PTT, MINT คาดดัชนีแกว่งตัวแคบเชิงบวก 704-715 เลือกหุ้น PTT(FV@B353), PSL(FV@B21)
วันนี้ศาลปกครองฯ นัดอ่านสรุปคำไต่สวนฯ โดยยังไม่มีข้อสรุป แต่เชื่อว่าราคาหุ้นสะท้อนไปแล้ว หลังจากที่ศาลปกครองสูงสุดได้ไต่สวนพยานทั้ง 2 ฝ่าย 2 ครั้งที่ผ่านมา (2 พ.ย. และ 12 พ.ย.) กรณีที่ผู้ได้รับผลกระทบจากการสั่งระงับการดำเนินงานของโรงงานอุตสาหกรรม 76 แห่งในนิคมฯ มาบตาพุด ตามคำสั่งของศาลปกครองกลาง ตามกำหนดแล้วในวันนี้ (18 พ.ย.) ศาลปกครองสูงสุด จะอ่านสรุปคำไต่สวนเบิกความกรณี 76 โครงการในนิคมฯ มาบตาพุด แต่คาดว่าจะยังไม่มีข้อสรุปใด ๆ อย่างไรก็ตามปมปัญหาอยู่ที่รัฐธรรมนูญปี 2550 กำหนดให้โรงงานอุตสาหกรรมที่เข้าข่ายจะสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ต้องดำเนินการทำการศึกษาผลกระทบทั้งต่อสิ่งแวดล้อม (EIA) และสุขภาพของประชาชนและชุมนุมชนควบคู่กัน แต่ปัจจุบันโรงงานอุตสาหกรรมเหล่านี้ผ่านขั้นตอนการทำ EIA เท่านั้น ดังนั้นจากนี้ไปจึงเป็นหน้าที่ของรัฐที่จะต้องผลักดันกฏหมายที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเชื่อว่าจะต้องใช้เวลา และทำให้ข้อสรุปของโครงการเหล่านี้อาจจะต้องล่าช้าออกไป ซึ่งนักวิเคราะห์ของ ASP ได้ทำการศึกษาไว้ก่อนหน้านี้แล้วว่าหากต้องล่าช้าไป 1 ปี จะกระทบต่องบกำไรขาดทุนของผู้ประกอบการในปี 2553 แตกต่างกันไป โดยเฉพาะ PTTCH คาดว่าจะกระทบมากสุดคือลดลงราว 30% ตามมาด้วย PTTAR กระทบ 18.72% และรองลงมาคือ PTT, GLOW SCC กระทบราว 14.14%, 14.01% และ 10.88% ตามลำดับ แต่อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาในด้านมูลค่าหุ้นพบว่าจะลดลงเล็กน้อยราว 1-2% เท่านั้น ภายใต้การประเมินมูลค่ากิจการโดยใช้ DCF (ส่วนลดกระแสเงินสดปัจจุบันสุทธิ) ยกเว้น PTTCH ที่ลดลงมากสุดราว 34.99% เนื่องจากใช้วิธี PER แต่ราคาหุ้นเหล่านี้ ในปัจจุบันได้ปรับตัวลดลงตอบสนองข่าวลบดังกล่าวแล้ว ผลการตัดสินของศาลในอนาคต ไม่น่าจะกระทบต่อราคาหุ้นมากนักและเชื่อว่านับจากนี้โรงงานอุตสาหกรรมจะต้องเตรียมตัวปรับ ปรุงขบวนการผลิตที่คำนึงถึงสุขภาพ และประชาชนมากขึ้น หุ้นปิโตรเลี่ยมทรงตัว ตามราคาน้ำมันดิบฟื้นตัว เป็นโอกาสสะสม Dollar Index ยังเคลื่อนไหวใต้เส้นค่าเฉลี่ย 10-25 วัน ขณะที่ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ค่อยๆ ฟื้นตัว โดยล่าสุดราคาน้ำมันดิบล่วงหน้า (Nymex) ขึ้นมายืนใกล้ 80 เหรียญฯต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดิบดูไบขยับขึ้นแตะ 78.69 เหรียญฯต่อบาร์เรล ดีกว่าสมมติฐานของฝ่ายวิจัยที่เฉลี่ย 75 เหรียญฯต่อบาร์เรล และ 80 เหรียญฯต่อบาร์เรล ในปี 2553-2554 ตามลำดับ เป็นผลดีต่อหุ้นกลุ่มปิโตรเลี่ยม แนะนำซื้อสะสม PTTEP(FV@B181) และ PTT(FV@B353) ขณะเดียวกันราคาถ่านหินในตลาด Futures ยังปรับตัวขึ้นต่อเนื่องตามราคาน้ำมัน ล่าสุดอยู่ 81.75เหรียญฯ/ตัน แนะนำซื้อสะสม ทั้ง BANPU(FV@B554) และ LANNA(
This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it
)
หุ้น December Effects จะให้ผลตอบแทนสูงกว่าตลาด: PSL, BANPU, PTT, MINT ในภาวะตลาดซึมในช่วงปลายปี เชื่อว่าน่าจะเป็นโอกาสสะสมหุ้นเพื่อรอจังหวะขายทำกำไรในตอนต้นปี ภายใต้สมมติฐานที่ว่านักลงทุนต่างชาติจะกลับมาซื้อหุ้นไทยในช่วงต้นปีเช่นในอดีต (ความน่าจะเป็นสูงถึง 74% ในรอบ 20 ปี) โดยเฉพาะหุ้นที่จ่ายเงินปันผลสูงในช่วงครึ่งหลังของปี รวมถึงหุ้นที่มีผลของฤดูกาล (High Season ในไตรมาส 4–1) เป็นกลุ่มที่มักจะให้ผลตอบแทนเฉลี่ยที่โดดเด่น 3.5-5.5% ในเดือน ธ.ค. ของทุกปี ได้แก่ SCCC(เกิดขึ้นราว 89%), BANPU(78%), EGCO(78%), NTV(78%), MAKRO(78%), PTT(71%) และ PSL(67%) โดยฝ่ายวิจัยเชื่อว่าหุ้นในกลุ่มนี้น่าจะสร้างผลตอบแทนที่น่าพอใจให้กับนักลงทุนได้ แนะนำทยอยซื้อสะสมหุ้น BANPU, NTV, MAKRO, PTT และ PSL ยกเว้น SCCC, EGCO ที่ฝ่ายวิจัยให้คำแนะนำเพียงถือ แต่ราคาหุ้น upside 6% และ 12% จึงแนะนำทยอยสะสม คาดดัชนีแกว่งตัวแคบเชิงบวก 704-715 เลือกหุ้น PTT(FV@B353), PSL(FV@B21)คาดตลาดหุ้นไทยวันนี้ยังแกว่งตัวเชิงบวก 704-715 จุด แม้นักลงทุนต่างชาติยังขายแต่น่าจะน้อยลง แต่คาดว่ายังได้รับแรงหนุนจากนักลงทุนสถาบันในประเทศ กลยุทธ์การลงทุนยังเน้นหุ้นที่ให้ผลตอบแทนในระยะ 1 เดือน โดยเลือกหุ้น December Effects Top picks วันนี้คือ PTT และ PSL ตามมาด้วย MAKRO แต่เนื่องจากวันนี้หุ้น MAKRO ขึ้นเครื่องหมาย XD ราคาหุ้นอาจจะ อ่อนตัวแต่เป็นจังหวะซื้อสะสม
|
Comments