|
บล.ยูโอบีเคย์เฮียน : รายงานภาวะหุ้น 17/12/52
|
|
|
|
|
Thursday, 17 December 2009 09:46 |
|
บล.ยูโอบีเคย์เฮียน : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 17/12/52
แนวโน้มยังเป็นบวก แต่อาจผันผวนจากการขายทำกำไรระยะสั้น แนวโน้มตลาดวันนี้ : การดีดขึ้นต่อเนื่องของราคาน้ำมันดิบล่วงหน้า จะช่วย หนุนบรรยากาศการลงทุนในวันนี้ โดยมีความคืบหน้าของการยื่นอุทธรณ์รายโครงการ ในมาบตาพุด เป็นปัจจัยบวกต่อหุ้นกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี ในขณะที่การที่ FED ยืนยันใช้นโยบายอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำต่อไป จะกดดันให้ค่าเงินดอลลาร์มีแนว โน้มอ่อนตัวลงอีกรอบ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันดิบล่วงหน้าและสินค้า โภคภัณฑ์ ทิศทางตลาดหุ้นวันนี้มีแนวโน้มแกว่งขึ้นต่อ จากแรงซื้อหุ้นกลุ่มพลังงาน แนวรับ: 710-712 แนวต้าน : 720-725 กลยุทธ์ : ขึ้นแรง ขายทำกำไรบ้าง รอซื้อคืนเมื่อราคาอ่อนตัว ปัจจัยบวกจากการดีดขึ้นของราคาน้ำมันดิบล่วงหน้า และความคืบหน้าในเชิง บวกจากกรณีมาบตาพุด จะช่วยหนุนการเก็งกำไร หุ้นกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี รวม ทั้งหุ้นธนาคารที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ดีแนวโน้มผันผวนในระยะสั้นของค่าเงินดอลลาร์ อาจทำให้มีการขายทำกำไรหุ้นในกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ออกมาบ้างเช่นกัน ระยะสั้น : ขายทำกำไรบ้าง ที่บริเวณแนวต้าน รอซื้อเก็งกำไรหุ้นกลุ่มหลัก ช่วงอ่อนตัว ระยะยาว : ถือต่อ และทยอยซื้อลงทุนหุ้นกลุ่มหลัก ที่แนวรับ จับข่าวมาเก็งกำไร + ผู้บริหาร CPF มั่นใจว่าปีนี้บริษัทจะมีกำไรสุทธิสูงสุดเป็นประวัติการณ์ จากการบริหารต้นทุนทางการเงินให้ต่ำลงหรือการบริหารเงินลงทุนให้มีประสิทธิภาพ ดังนั้นการจ่ายเงินปันผลครึ่งหลังจะสูงกว่าช่วงครึ่งปีแรกอย่างแน่นอน ความเห็น: เรามองว่าการเข้าสู่ช่วง low season ของธุรกิจสัตว์น้ำ ในไตรมาส ที่ 4/52 อาจทำให้ผลประกอบการอ่อนตัวลงจากไตรมาสก่อนเล็กน้อย แต่ยังคงทำให้ ผลประกอบการงวดครึ่งปีหลังสูงกว่าครึ่งปีแรก ประเมินเงินปันผลครึ่งปีหลังที่ 0.45 บาท/หุ้น ขณะที่ครึ่งปีแรกอยู่ที่ 0.23 บาท/หุ้น แนะนำเก็งกำไร CPF เมื่อราคาอ่อนตัว ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน ปัจจัยในประเทศ - สำนักงานบีโอไอ เปิดเผยว่า ในช่วง 11 เดือนของปี 52 นักลงทุนต่างชาติ ยื่นขอรับส่งเสริมลงทุน 596 โครงการ วงเงินลงทุน 1.91 แสนล้านบาท ลดลง 34.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจโลก, ความไม่สงบทาง การเมือง และกังวลเรื่องมาบตาพุด ทำให้ชะลอแผนการลงทุนออกไป - เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ คาดการณ์ ว่า อัตราเงินเฟ้อในปี 2553 จะกลับมาสูงอีกครั้งจากราคาน้ำมันที่จะปรับตัวสูงขึ้น โดย คาดว่าในช่วงไตรมาสแรกจะเห็นเงินเฟ้อพุ่งถึง 5% ซึ่งจะทำให้ดอกเบี้ยที่แท้จริงติด ลบ ปัจจัยต่างประเทศ - ดัชนีดาวโจนส์ลดลง 10.88 จุด ปิดที่ 10,441.12 จุด หลังจากที่เฟดระบุว่า จะปล่อยให้วงเงินสภาพคล่องพิเศษส่วนใหญ่ที่เคยช่วงพยุงระบบธนาคารสหรัฐฯ ใน ช่วงวิกฤติสินเชื่อหมดอายุลงในช่วงต้นปีหน้า + ราคาน้ำมันดิบ (WTI) ส่งมอบเดือน ม.ค. เพิ่มขึ้น 1.97 ดอลล่าร์ ปิดที่ 72.66 ดอลล่าร์ต่อบาร์เรล โดยได้รับแรงหนุนจากรายงานสต็อกน้ำมันดิบและน้ำมันกลั่นของ EIA ที่ลดลงอย่างรุนแรงเกินคาดเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
|
Comments