|
บล.ทรีนีตี้ : รายงานภาวะหุ้น 17/12/52
|
|
|
|
|
Thursday, 17 December 2009 10:14 |
|
บล.ทรีนีตี้ : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 17/12/52
เลือกหุ้นที่เกาะกระแสการโตของจีน ภาพตลาดรอบนี้: รีบาวด์กลับดีขึ้นเร็วกว่าคาด ในช่วงนี้แนะนำซื้อกลับหุ้นพลังงานและ ธนาคาร ถือเพื่อการ Rally ครั้งยิ่งใหญ่ ข้ามปี โดยยังเชื่อว่าดัชนีสิ้นปีนี้จบได้แถว 730-740 จุด แต่ควรถือข้ามปีใหม่เพื่อรอขายทำรอบที่ 770-780 ภาพตลาดวันนี้: Bullish หุ้นที่ Related กับการเติบโตของจีน ซึ่งหลัก ๆ คือสินค้า คอมมอดิตี้ ทั้งในส่วนพลังงาน ปิโตรเคมี และอาหารการเกษตร กระแสจีนจะโดดเด่นสำหรับการ ฟื้นและแข็งแกร่งของตลาด ไทยในปี 2553-2554 กรอบวันนี้ แนวรับ 71 0 แนวต้าน 718-723
ปัจจัยวันนี้ ( + ) ดอกเบี้ย: FED คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 0-0.25% ตามที่คาด พร้อมย้ำว่า จะยังคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับต่ำต่อไปอีกระยะหนึ่ง และประเมินสภาวะเศรษฐกิจว่า กิจกรรมทาง เศรษฐกิจของสหรัฐยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง การที่ FED จะยังคงดอกเบี้ยในระดับต่ำต่อไป น่าจะส่งผลดีต่อตลาดหุ้นและกระแส Fund flow ของโลก ( +/- ) อาหาร-การเกษตร รัฐบาลลดภาษีกากถั่วเหลือง คณะกรรมการนโยบายอาหารมี มติอนุมัตินโยบายนำเข้ากากถั่วเหลือง ปี 2553 โดยให้นำเข้าได้โดยเสรี ไม่จำกัดปริมาณ และ ให้ลดภาษีนำเข้าจาก 4% เหลือ 2% มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.- 31 ธ.ค.53 นำเสนอให้ ครม. อนุมัติ 22 ธ.ค.นี้ เป็นปัจจัยบวกต่อ CPF แต่เป็นลบต่อ TVO แต่ทั้งนี้ ข่าวร้ายคือไข้หวัดหมู ระบาดที่ราชบุรี แต่ไม่รุนแรงมาก อาจส่งผลลบต่อ CPF ที่ราคาปรับตัวขึ้นไปใกล้เป้าหมาย 12.20 บาท แนะนำนักลงทุนทยอยขายทำกำไร CPF เปลี่ยนตัวเล่นเข้าสู่ TUF, KSL และ STA แทน ซึ่ง TUF เราให้ราคาเป้าหมาย 42 บาท เกาะกระแสการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ( + ) KSL: ราคาน้ำตาลปรับตัวขึ้นทำระดับสูงสุดในรอบ 26 ปี ที่ 25.94 เซนต์/ปอนด์ ส่งผลบวกในเชิง sentiment เพราะราคาขายปีนี้ล็อคไว้หมดแล้ว รอกำหนดราคาล็อตใหม่เดือน ก.พ.53 คงคำแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 17.50 บาท ( + ) STA: ผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนแรก กำไรต่อหุ้น 4.79 บาท (960 ล้าน บาท) ทั้งปีคาดกำไรต่อหุ้น 5.5 บาท PER ประมาณ 4 เท่า คาดจ่ายปันผลได้ 1.50 บาทต่อหุ้น ปันผลตอบแทน 6.8% ปัจจุบันซื้อขายที่ P/BV 0.69 เท่า สัมภาษณ์ผู้บริหารแล้ว มั่นใจว่าภาวะ อุตสาหกรรมยางอิงการเติบโตจากอุตสาหกรรมยางรถยนต์ โดยเฉพาะในประเทศจีน ซึ่งเติบโต ในรูปแบบพาราโบลิก ในส่วนของ OEM ส่วนอีก 2 ปี จะยิ่งเติบโตกว่านี้ เนื่องจากจะมีตลาด Replacement ขยายกว้างขึ้นบริษัทร่วมที่ทำถุงมือยางมีกำไรและ Cash Flow ดี เพราะเติบโต ดีตามภาวะอุตสาหกรรม Healhcare มั่นใจจากนี้ไปสามารถ sustain กำไรขั้นต่ำได้ไตรมาสละ 200 ล้านบาท ปี 2553 คาดกำไรสุทธิ 1,000-1,200 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 5-6 บาท ราคาเป้า หมายกำหนดที่ Dividend Discount Model เท่ากับ 31 บาท ( + ) ธุรกิจพลังงานต้องกลับเข้า Bullish ธุรกิจโรงกลั่น สำหรับการลงทุนรอบนี้ในเดือน นี้ โดย TOP BUY คือ TOP, PTTAR, IRPC, BCP โดยเราเชื่อว่าค่าการกลั่น Bottom Out แล้วตั้งแต่เดือน พ.ย. และราคาหุ้นน่าจะพ้นจุดต่ำสุดและกำลัง Rally ขึ้นในเดือน ธ.ค.นี้ สเปรดปิ โตรเคมีสายอะโรเมติกส์ดีต่อเนื่องมา 2 เดือนแล้วคือ พ.ย. และ ธ.ค. 52 ความวิตกเรื่องค่าการ กลั่นและสเปรดโดยรวมคลี่คลาย ความกังวลใจอยู่ที่เพียงเรื่องมาบตาพุด และการควบรวมกิจการ ที่ต้องเลื่อนออกไป ซึ่งหากพิจารณาจาก 2 เรื่องหลังที่เป็น Overhang จะพบว่าคนที่มีแต้มต่อสูง สุด ขณะนี้คือ TOP และ BCP เพราะไม่สะดุดเรื่องมาบตาพุด และอยู่ในแผนอยู่แล้วว่าไม่ควบ รวมกิจการกับใครในเครือ
|
Comments