Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Daily Research บล.โกลเบล็ก : รายงานภาวะหุ้น 04/01/10
บล.โกลเบล็ก : รายงานภาวะหุ้น 04/01/10 PDF Print E-mail
Monday, 04 January 2010 10:08

บล.โกลเบล็ก : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 04/01/10

แนวโน้มตลาดวันนี้
วันทำการสุดท้ายของปี 52 ตลาดหุ้นไทยปรับลด ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 734.54 จุด
ลดลง 7.62 จุด (-1.03%) มูลค่าการซื้อขายเบาบางเพียง 1.2 หมื่นล้านบาท นักลงทุนต่างชาติ
ขายสุทธิ 268 ล้านบาท แนวโน้มตลาดหุ้นไทย ทางฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก คาดมีแนวโน้มปรับตัว
ขึ้นต่อเนื่องถึงแม้ว่าในปีที่ผ่านมาจะกลับตัวขึ้นแรง 63.25% มูลค่าซื้อขายเฉลี่ยต่อวันในปี 52 อยู่
ที่ระดับ 17,853.82 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.5% จากปีก่อน ระยะสั้นมีแนวต้านเป้าหมาย 742
และ 750 ในส่วนของตลาดอนุพันธ์ S50H10 มีแนวโน้มแกว่งตัวในกรอบ 509-524 SET50
กรอบการเคลื่อนไหว 513-527 ด้านGold Future GFG10 เก็งกำไรระยะสั้นในกรอบ
17,340-17,650 GFJ10 เก็งกำไรระยะสั้นในกรอบ 17,470-17,710
กลยุทธ์ การปรับตัวเป็นจังหวะในการเข้าซื้อ คาดปริมาณการซื้อขายจะเพิ่มขึ้นอย่าง
ต่อเนื่อง ยังคงเน้นหลักทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูงเป็นหลัก โดยเฉพาะกรณีมาบตาพุดที่คาดว่าผล
ออกมาดีต่อกลุ่ม PTT ส่วนกลุ่มธนาคารปรับตัวลงรอซื้อ หรือซื้อเก็งกำไร TMB สำหรับหุ้นเก็ง
กำไรทางเทคนิคดูรายละเอียดใน Short-Term Trade เช่น BAY KSL หรือเลือกใน Stocks
in Trend นักลงทุนระยะกลางถือ รอปรับตัวซื้อ
ดัชนี SET ระดับดัชนีสร้างจุดสูงใหม่เล็กน้อยแต่ปิดตัวลดลงใกล้จุดต่ำของวันแสดง
ถึงแรงขายลดความเสี่ยงการถือครองหุ้นข้ามวันหยุดยาว การปรับตัวมีแนวรับสำคัญSMA5วัน
733 ไม่ต่ำกว่าลงมายังคงแนวโน้มขาขึ้นต่อเนื่อง เครื่องมือทางเทคนิคปรับตัวตัดSignalตัวเอง
ลงมาทำให้มีโอกาสที่จะปรับตัวทดสอบแนวรับบริเวณ 733-730 กลยุทธ์ ซื้อเก็งกำไรแนวรับ
ดัชนีนิกเกอิ ดัชนีปรับตัวไม่สร้างจุดต่ำใหม่กว่าปี 2008 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 19.04%
เป็นสัญญาณบวกถึงภาพระยะกลางที่มีโอกาสกลับตัวขึ้นจากแนวโน้มเศรษฐกิจที่เริ่มเห็น
สัญญาณการฟื้นตัว โดยเฉพาะค่าเงินเยนที่มีแนวโน้มอ่อนค่ามากขึ้น ดัชนีมีแนวรับ 10,500
ไม่ต่ำกว่ายังคงขาขึ้น
ดัชนีฮั่งเส็ง ตลอดทั้งปีดัชนีปรับตัวขึ้น 49.41% เป็นการฟื้นตัวขึ้นปิดใกล้จุดสูงสุด
ของปี แนวโน้มหลักยังคงมีโอกาสกลับตัวขึ้นจากการคาดการณ์การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและ
การเติบโตทางเศรษฐกิจจีน ในขณะที่ระยะสั้นมีแนวต้านสำคัญSMA25วัน 21,700 แนวรับ
21,000 มีโอกาสกลับตัวทางเทคนิค
(Analyst - ธวัชชัย  This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it )
หุ้นแนะนำพิเศษ : PTT (246 ซื้อเป้าปี 53:310 บาท)ระยะสั้นได้ผลดีทางจิตวิทยา
การลงทุนจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ขณะเดียวกันโครงการโรงแยกก๊าซ 6 ก็มีโอกาสสูงที่
ศาลฯจะอนุญาตให้กลับมาดำเนินการได้ต่อ เนื่องจากเป็นโครงการที่ได้รับอนุมัติ EIA ก่อนรัฐ
ธรรมนูญปี 50 จะมีผลบังคับใช้ ส่วนผลประกอบการ คาดปีนี้มีกำไรสุทธิประมาณ 59,000 ล้าน
บาทเพิ่มขึ้น 14%yoy และคาดกำไรสุทธิปี 53 ประมาณ 78,793 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 34%yoy
(กรณีเลวร้าย คือมอนทาราและมาบตาพุดเลื่อนไปอย่างน้อย 1 ปี PTT ยังมีกำไรสุทธิในปี 53
ประมาณ 67,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น13.5%yoy)
(Analyst -อาทิตย์ This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it )

Stocks in trend
CK (ราคาปิด 6.05 แนะนำ ซื้อ เป้าหมาย 8.70) มีมติขายหุ้น TTW จำนวน 150
ล้านหุ้น ในราคา 4.30 บาทต่อหุ้น โดย CK มีต้นทุน TTW ราว 2 บาทต่อหุ้น ซึ่งจะทำให้มีกำไร
จากรายการดังกล่าว 345 ล้านบาท และคาดว่าจะบันทึกเป็นกำไรในงบ 4Q52 นอกจากนั้น CK
ยังมีแผนที่จะขายหุ้น TTW อีก 30 ล้านหุ้น คาดว่าจะได้ผลสรุปเร็วๆ นี้
ADVANC (ราคาปิด 86.50 แนะนำ ซื้อ เป้าหมาย 115), DTAC (ราคาปิด 35.75
แนะนำ ซื้อ เป้าหมาย 54) ยอดการส่งข้อความ เช่น SMS และ MMS เพื่ออวยพรปีใหม่ในปีนี้
สูงขึ้นมากกว่าปีก่อนค่อนข้างมาก ขณะที่ยอดการใช้งาน DATA ผ่านการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต
เพิ่มขึ้นกว่า 100%
CPF (ราคาปิด 11.40 แนะนำ ซื้อเก็งกำไร), TUF (ราคาปิด 30.25 แนะนำ ซื้อเก็ง
กำไร) คาดจะได้ประโยชน์จากการเปิดเสรีการค้าระหว่างประเทศอาเซียน ETA ที่ได้เริ่มมีผล
บังคับใช้ตั้งแต่ 1 ม.ค.53 ซึ่งได้แก่ ไทย, สิงคโปร์, มาเลเซีย, อินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์ และบรูไน
ซึ่งจะส่งผลบวกด้านต้นทุนที่ต่ำลง และคาดว่าการส่งออกจะดีมากขึ้น
TMB (ราคาปิด 1.24 แนะนำ ซื้อเก็งกำไร) มีแผนลดพาร์เหลือ 3 บาท จาก 10 บาท
เพื่อล้างขาดทุนสะสมหลังคลังแปลงหุ้นบุริมสิทธิเป็นหุ้นสามัญในเดือน พ.ค.53 และพร้อมเปิด
ทางให้ไอเอ็นจีกรุ๊ปเข้าซื้อหุ้น TMB เพิ่มเติบ (ที่มา: นสพ.ข่าวหุ้น)
(Analyst - อำนาจ  This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it )

ปัจจัยบวก
+ ธปท.แถลงภาวะเศรษฐกิจในเดือน พ.ย.52 ว่าเศรษฐกิจปรับตัวดีขึ้นจากที่ชะลอลง
เล็กน้อยในเดือนต.ค.อุปสงค์รวมขยายตัวได้ต่อเนื่องทั้งด้านการบริโภคและการลงทุน
ทั้งการลงทุนภาคเอกชนปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องเดือนที่ 6 แต่ยังคงอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับช่วง
ก่อนเกิดวิกฤต การส่งออกปรับดีขึ้น 17%YoY แต่แผ่วตัวลงเทียบกับเดือนก่อน นักลงทุนยัง
กังวลปัญหาการเมือง ภาวะเศรษฐกิจและกรณีมาบตาพุด เห็นได้จากดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจ
ในเดือน พ.ย.52 ปรับตัวลดลงอยู่ที่ 49.0 จากระดับ 50.3 ในเดือนก่อนหน้า อย่างไรก็ดี
ดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจในอีก 3 เดือนข้างหน้าปรับขึ้นเป็น 54.3 จาก 53.0 ในเดือนก่อนหน้า
+ ธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย (ADB) และ ธนาคารโลกอนุมัติวงเงินกู้กระทรวง
การคลัง 2 หมื่นล้านบาท เพื่อก่อสร้างทางหลวง 4 ช่องจราจรตามโครงการที่กระทรวงคมนาคม
เสนอ 8 โครงการระยะทางรวมทั้งสิ้น 633 กิโลเมตร จะส่งผลดีต่อหุ้นกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง

ปัจจัยลบ
-  สภาพัฒน์ฯ คาด GDP ปี 53 โต 3-4% หากแก้ปัญหามาบตาพุดไม่ได้จะส่งผลกระทบ
ให้เกิด 'Supply Shock' กระทบเศรษฐกิจในวงกว้าง และอาจทำให้ GDP ต่ำกว่า 3%
- กลุ่มผู้ส่งออกมีความวิตกต่อปัญหา 'เงินบาทแข็งค่า' จะส่งผลกระทบต่อการส่งออก
- กรณีการระงับ 65 โครงการที่นิคมฯมาบตาพุดแม้จะมีภาพรวมดีขึ้นบ้างแต่ยังคงส่งผล
กระทบต่อการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศและความเชื่อมั่นของนักลงทุน
- เสถียรภาพรัฐบาลมีความอ่อนไหวมากขึ้นจากประเด็นการแก้ไขรัฐธรมมนูญที่ยังไม่มี
ทางออกที่ดียังคงเป็นปัจจัยลบด้านการเมืองที่กดดันตลาดหุ้นไทย

ปัจจัยที่ต้องจับตา
* 4 ม.ค. 53 กระทรวงพาณิชย์ไทยจะประกาศตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภค(CPI) และดัชนี
ราคาผู้บริโภคพื้นฐาน(Core CPI) ในเดือน ธ.ค. 52
* 8 ม.ค.53 สหรัฐจะประกาศตัวเลขการจ้างงานในเดือน ธ.ค.52 นักวิเคราะห์คาดว่าจะ
แตะ 10.1% จากเดือนพ.ย.ที่ 10% ทำให้อัตราว่างงานเฉลี่ยปี 52 อยู่ที่ 9.3% เทียบกับ 5.8%
ในปี 51
(Analyst - วิลาสินี  This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it

Wall Street: ดาวโจนส์ลดลง 120.46 จุด นักลงทุนกังวลรัฐบาลสหรัฐฯถอนมาตรการกระตุ้น
เศรษฐกิจ
ดัชนีตลาดหุ้นดาวโจนส์เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 31 ธันวาคม วันทำการสุดท้ายของปี 2009
ปิดตลาดปรับตัวลดลง 120.46 จุด โดยภาวะการซื้อขายเป็นไปอย่างซบเซาเนื่องจากนักลงทุน
วิตกกังวลว่ารัฐบาลสหรัฐจะถอนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเร็วกว่าที่คาดไว้หลังจากภาวะ
เศรษฐกิจเริ่มส่งสัญญาณว่าจะกลับมาฟื้นตัว นอกจากนี้นักลงทุนบางส่วนยังหยุดการลงทุนก่อนที่
ตลาดจะปิดทำการในวันที่ 1 ม.ค.2553 เนื่องในวันปีใหม่ ทำให้ปิดตลาดดัชนีดาวโจนส์ลดลง
120.46 จุด หรือ 1.1% ปิดที่ 10,428.05 จุด ขณะที่ดัชนี S&P 500 ลดลง 11.32 จุด หรือ
1% ปิดที่ 1,115.10 จุด และดัชนี Nasdaq ลดลง 22.13 จุด หรือ 1% ปิดที่ 2,269.15 จุด

ราคาน้ำมัน  : NYMEX เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 8 เซนต์ เนื่องจากนักลงทุนเริ่มชะลอการลงทุนก่อนหยุด
ปีใหม่
ราคาน้ำมันดิบที่ตลาดล่วงหน้า NYMEX ส่งมอบเดือนก.พ.เพิ่มขึ้น 8 เซนต์ โดยตลาด
ปรับตัวเพิ่มขึ้นเนื่องจากได้แรงหนุนจากการประกาศตัวเลขสต๊อกน้ำมันดิบลดลงมากกว่าที่คาด
อย่างไรก็ตามภาวะการซื้อขายเป็นไปอย่างซบเซาเช่นเดียวกับตลาดหุ้นวอลสตรีทเนื่องจากนักลง
ทุนชะลอการลงทุนก่อนที่ตลาดจะปิดทำการในวันปีใหม่ และกังวลว่ารัฐบาลจะถอนมาตรการ
กระตุ้นเศรษฐกิจเร็วกว่าที่คาดหลังจากที่เศรษฐกิจมีสัญญาณว่าจะกลับมาฟื้นตัวเร็วกว่าที่คาด
ทำให้ปิดตลาดราคาน้ำมันดิบที่ตลาดล่วงหน้า NYMEX ส่งมอบเดือนก.พ.เพิ่มขึ้น 8 เซนต์ปิดที่
79.36 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ที่ตลาด กรุงลอนดอน ส่งมอบเดือนก.พ.
ลดลง 10 เซนต์ ปิดที่ 77.93 ดอลลาร์/บาร์เรล
(Analyst -อาทิตย์   This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it )               

Written by :
พิราบขาว
 

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday1069
mod_vvisit_counterAll days1069

We have: 1067 guests online
Your IP: 216.73.216.147
Mozilla 5.0, 
Today: Jun 17, 2026

4293008