|
บล.เคจีไอ : รายงานภาวะหุ้น 25/01/53
|
|
|
|
|
Monday, 25 January 2010 10:15 |
|
บล.เคจีไอ : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 25/01/53
ลงอีก... KGI คาดว่าหุ้นไทยวันจันทร์จะปรับลงต่อ ปัจจัยลบต่างประเทศยังอยู่ขณะที่ปัจจัยลบใน ประเทศเพิ่มขึ้นเล็กน้อย โดยตลาดหุ้นสหรัฐฯ ร่วงต่ออย่างแรงในคืนวันศุกร์ เนื่องจากนักลงทุน กังวลว่าแผนควบคุมภาคธนาคารของ ปธน. โอบามาจะกดดันรายได้ของภาคการเงินและยังมี ปัจจัยปลีกย่อยว่าด้วยอนาคตของนายเบน เบอร์นานกี หลังวุฒิสมาชิกสหรัฐฯ บางรายคัดค้านการ ดำรงตำแหน่งต่อของนายเบอร์นานกี และส่งผลให้มีการเลื่อนรับรองตำแหน่งไปอีก 1 สัปดาห์ ด้าน ปัจจัยในประเทศพบว่าหุ้นที่เกี่ยวข้องกับนิคมฯ มาบตาพุดมีปัจจัยกดดัน นสพ. ต่างรายงานว่าศาล ปกครองกลางให้ยกคำร้องที่ 30 โครงการขอให้ดำเนินการต่อไปได้ (ดูข่าวที่ 1 ด้านล่าง) คาดว่า จิตวิทยาในกลุ่ม PTT และ SCC จะเป็นลบ เนื่องจากมีแรงกระแทกจากปัจจัยภายนอกอยู่แล้วใน ฐานะหุ้นใหญ่ และราคาน้ำมันก็ปรับลง 2% สู่จุดต่ำสุดรอบ 2 เดือน ด้านปัจจัยการเมืองมองการ แก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องเด่น และเด่นกว่าเรื่องเสื้อแดงด้วยหลังเสื้อแดงตกลงไม่ไปชุมนุมที่ สนามบินแล้ว โดยล่าสุดพรรคประชาธิปัตย์มีท่าทีอ่อนลงและอาจยอมแก้รัฐธรรมนูญ 2 มาตรา ตามที่พรรคร่วมฯ เสนอ ได้แก่มาตรการ 94 เรื่องเขตเลือกตั้งแบบเขตเดียวเบอร์เดียว และ มาตรการ 190 เรื่องการทำสนธิสัญญากับต่างประเทศ โดยเรื่องนี้เป็นดาบ 2 คม เนื่องจาก แม้ความสัมพันธ์ในรัฐบาลจะดีขึ้น แต่กลุ่มพันธมิตรฯ อาจออกมาเคลื่อนไหวอีกครั้ง กลยุทธ์: ให้เล่นเฉพาะแบบรายวัน โดยเข้าซื้อเก็งกำไรหุ้นใหญที่ไม่โดนเรื่องมาบตาพุด (PTTAR, IRPC, BANPU, KBANK, KTB) ตามแนวรับของดัชนีฯ ที่ 705 และถัดไปที่ 700 จุด เพื่อขายออกช่วงเด้ง ส่วนระยะสัปดาห์คงมุมมองเชิงลบ ถ้าจะซื้อหุ้นให้เลี่ยงหุ้นใหญ่และแนะ ซื้อหุ้นเสี่ยงต่ำเช่น ADVANC, CPF, MAKRO, AOT และ BGH เป็นต้น
ความเห็นข่าวเด่นจากสถาบันวิจัยฯ ศาลปกครองกลางสั่งยกคำร้อง 30 โครงการมาบตาพุต ที่ได้รับผลกระทบจากคำสั่งศาล ปกครองกลางที่สั่งระงับการดำเนินงานโครงการ 65 โครงการ โดยศาลชี้ผู้ร้องไม่อยู่ภายใต้คำสั่ง คุ้มครองชั่วคราว ก่อนศาลปกครองกลางพิพากษา เมื่อ 29 ก.ย. 52 และคำสั่งศาลปกครองสูงสุด เมื่อ 2 ธ.ค. 52 ทั้งนี้ กลุ่มบริษัทที่ได้รับผลกระทบหลักๆ ได้แก่ กลุ่ม PTT และ SCC ซึ่งน่าจะได้ รับจิตวิทยาเชิงลบในวันนี้ ทั้งนี้ แนวทางในการดำเนินการถัดไป คือ กลุ่มบริษัทดังกล่าวอาจยี่นขอ ผ่อนผันจากศาลปกครองสูงสุดอีกครั้งหนึ่ง หรือ รอการทำ HIA และประชาพิจารณ์ให้สอดคล้อง กับรัฐธรรมนูญในระยะถัดไป บริษัทผู้นำเข้าเนื้อไก่ในรัสเซียเริ่มต้นหาซื้อเนื้อไก่จากประเทศอื่นๆ เช่น ไทย หลังจาก ที่การเจรจาระหว่างรัสเซียกับผู้เชี่ยวชาญจากสหรัฐหยุดชะงักลง เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดยที่ รัสเซียไม่มีภาระผูกพันในการเปิดตลาดเพื่อรับซื้อเนื้อไก่จากสหรัฐอีกครั้งรัสเซียเป็นประเทศที่ซื้อ เนื้อสัตว์ปีกจากสหรัฐมากที่สุด โดยมีมูลค่าราว 800 ล้านดอลลาร์ในปี 2008 แต่รัสเซียได้ห้าม การนำเข้าเนื้อสัตว์ปีกจากสหรัฐในช่วงที่ผ่านมา เนื่องจากมีความกังวลเรื่องการใช้สารคลอรีนใน การฆ่าเชื้อแบคทีเรียในเนื้อสัตว์ ซึ่งอาจส่งผลให้อาหารเป็นพิษ ถ้าผลสรุปของการเจรจาออกมา ไม่เป็นไปในทางบวก จะทำให้เกิดผลดีต่อผู้ส่งออกเนื้อสัตว์ของไทย เช่น CPF เพราะเนื่องจากมี ฐานการผลิตในไทยแล้ว CPF ยังมีฐานการผลิตใน ตรุกี และรัสเซียอีกด้วย ยังคงคำแนะนำซื้อ ด้วยราคาเป้าหมายที่ 14.0 บาท
|
Comments