Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Economic View สรุปภาวะตลาดเงินและภาวะเศรษฐกิจ - ธนาคารกสิกรไทย
สรุปภาวะตลาดเงินและภาวะเศรษฐกิจ - ธนาคารกสิกรไทย PDF Print E-mail
Friday, 22 June 2012 09:28

KBank Market Watch 22 June 2012

 

- นักลงทุนดูจะผิดหวังต่อการที่เฟดไม่ได้ออกมาตรการ QE3 ออกมาขณะที่ได้ปรับลดแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ ลง ตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่ลดลงมากกว่า 1% จากการที่นักลงทุนกังวลต่อสภาพคล่องและกระแสเงินทุนไหลเข้า ทองก็รูดลงแรงจากที่ไม่มี QE3 ขณะที่ช่วงดึกมูดีส์ลดอันดับ

แบงก์ใหญ่จากความเสี่ยงเศรษฐกิจโลก

- USD/THB ปิดที่ 30.65 เงินบาทอ่อนค่าตามสกุลเงินในภูมิภาคสู่ระดับต่ำสุดเมื่อเทียบกับดอลลาร์นับตั้งแต่วันที่ 8 มิถุนายน โดยทดสอบระดับ 31.80 ก่อนที่จะปรับลดลงไปสู่ 31.69 ในช่วงตลาดเอเชีย เงินบาทอาจจะอยู่ในแนวโน้มที่อ่อนแอในช่วงนี้ เนื่องจากความต้องการซื้อดอลลาร์ช่วงสิ้นเดือนของผู้นำเข้า

- วันนี้คาดปรับตัวขึ้นไปที่ 31.90

 

การเคลื่อนไหวของตลาดที่สำคัญ

- นักลงทุนดูจะผิดหวังต่อการที่เฟดไม่ได้ออกมาตรการ QE3 ออกมา ขณะที่ได้ปรับลดแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ ลง ตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่ลดลงมากกว่า 1% จากการที่นักลงทุนกังวลต่อสภาพคล่องและกระแสเงินทุนไหลเข้า ขณะที่วิกฤติหนี้ยุโรปอาจไม่สามารถจำกัดไว้ได้ในกลุ่ม PIIGS แม้ปัญหาต้นทุนการกู้ยืมของรัฐบาลอิตาลีและสเปนจะลดลง แต่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรยังอยู่ในระดับที่สูงและไม่ยั่งยืน สเปนและอิตาลีน่าจะต้องขอรับความช่วยเหลือทางการคลังจากกาองทุนกลไกลรักษาเสถียรภาพยุโรป หรือ ESM เพื่อลดภาระทางการคลัง อย่างไรก็ดีเยอรมันผู้เป็นผู้ให้เงินรายใหญ่แก่ กองทุนนี้ดูจะต่อต้านแนวคิดดังกล่าว ด้วยเหตุที่แนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ และยุโรปไม่ดีนัก นักลงทุนจึงเลี่ยงการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง อย่างไรก็ดีเราคาดว่าทางสหรัฐฯ จะออกมาตรการ QE3 ในการประชุมครั้งถัดๆ ไปเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจจากแนวโน้มที่แย่ลงของกลุ่มยูโรโซน ช่วงดึกมูดีส์ลดอันดับแบงก์ใหญ่จากความเสี่ยงเศรษฐกิจโลก

- ตลาดหุ้นไทย ปิดลบ 1.21% จากการที่นักลงทุนกังวลต่อปัญหาเงินไหลออกและแนวโน้มเศรษฐกิจโลก ราคาน้ำมันที่ลดลงต่อเนื่องได้สร้างความกังวลต่อแนวโน้มกลุ่มพลังงาน อีกทั้งนักลงทุนดูกังวลต่อปัญหาเศรษฐกิจจีนหลังตัวเลข HSBC Flash Manufacturing PMI ออกมาแย่ลง

 

- ดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลง (DJIA -1.96%, S&P500 -2.23% NASDAQ -2.44%) จากความกังวลต่อแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ และภาคการผลิตทั่วโลก

- ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ส่งมอบเดือนส.ค. ปรับลดลง 3.25 ดอลลาร์สหรัฐฯ/บาร์เรล สู่ระดับ 78.20 ดอลลาร์สหรัฐฯ/บาร์เรล จากเศรษฐกิจที่ซบเซา

- ราคาทอง ตลาด COMEX ส่งมอบเดือนส.ค.ปรับลดลง 50.30 ดอลลาร์สหรัฐฯ/ออนซ์ สู่ระดับ 1,565.50 ดอลลาร์สหรัฐฯ/ออนซ์ จากการที่นักลงทุนผิดหวังที่เฟดไม่มี QE3

- ตัวเลขจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงานสหรัฐฯ มากกว่าคาดแต่ลดลงจากสัปดาห์ก่อน ขณะที่สองขายบ้านมือสองลดลง

- ข้อมูลสำคัญที่น่าติดตาม ตัวเลข IFO ของเยอรมัน และผลการประชุมผู้นำยูโรโซน

 

FX

- EUR/USD ปิด ที่ 1.2540 ร่วงลง 1.3% ในช่วงตลาดเอเชีย เงินยูโรร่วงลงหลังจากที่ปิดเหนือระดับ 1.27 ดอลลาร์ในวันพุธ โดยตลาดหลีกเลี่ยงการถือ position ยูโรมากๆก่อนที่ผลการประเมินความแข็งแกร่งของธนาคารสเปนจะออกมา ในขณะเดียวกัน ข้อมูล PMI ของยูโรโซนปรับตัวแย่ลงในเดือนนี้ ซึ่งนำไปสู่ ความกังวลว่าเศรษฐกิจยูโรโซนอาจเข้าสู่ถดถอยมากขึ้น อย่างไรก็ดี มีข่าวดีจากทางฝั่งการเมือง โดยฝ่ายนิติ

บัญญัติของเยอรมนีกล่าวว่ามีข้อตกลงเกี่ยวกับมาตรการหนุนการเติบโตของเศรษฐกิจในยุโรโซน ทำให้คาดว่ากองทุน ESM และมาตรการด้านการคลัง (fiscal pact) อาจจะได้รับการอนุมัติในรัฐสภาในสัปดาห์หน้า ท้ายตลาดนิวยอร์ค ค่าเงินยูโรร่วงลงต่อจากความอ่อนแอของข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ

- USD/JPY ปิดสูงขึ้น 0.9% สู่ 80.28 โดยเยนอ่อนค่าสู่ระดับ 80.00 เยนต่อดอลลาร์หลังจากที่ตลาดทำการซื้อคืนดอลลาร์ หลังจากที่เฟดไม่ได้ประกาศมาตรการอัดฉีดสภาพคล่องเพิ่ม นอกจากนี้ การสำรวจ Tankan ในเดือนมิถุนายนพบว่า ธุรกิจขนาดใหญ่ของญี่ปุ่นมองแนวโน้มเศรษฐกิจในแง่ร้ายมากขึ้นเป็นครั้งแรกใน 4 เดือน เนื่องจากค่าเงินเยนที่แข็งแกร่งและวิกฤตยูโรโซน

- GBP/USD ปิดร่วงลงที่ 1.56592 ช่วงแรกปอนด์ปรับขึ้นสู่ระดับ 1.57 ดอลลาร์ โดยได้แรงหนุนจากข้อมูลยอดค้าปลีกในเดือนพฤษภาคม (3.0% yoy) ของ U.K. แต่ยังมีข่าวที่น่ากังวล โดยเลขาธิการคณะรัฐมนตรีกล่าวว่ารัฐบาลยังมีความจำเป็นที่จะคงมาตรการการลดการขาดดุลอีก 8-10 ปีข้างหน้า เพื่อทำให้สถานะทางการเงินของภาครัฐกลับเป็นปกติ สะท้อนว่ารัฐบาลไม่สามารถที่จะใช้จ่ายเพื่อกระตุ้นการเติบโตทาง

เศรษฐกิจได้

- สกุลเงินเอเชีย อ่อนค่าลงประมาณ 0.5% เป็นส่วนใหญ่เทียบกับเงินดอลลาร์หลังจากการประชุม FOMC ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับการร่วงลงของดัชนีตลาดหุ้นในภูมิภาค แม้ว่าเฟดได้ขยายเวลามาตรการ operation twist? แต่ไม่ได้ให้เบาะแสเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Q.E. รอบใหม่ ซึ่งจะเพิ่มอุปทานของเงินดอลลาร์และส่งผลให้สกุลเงินของตลาดเกิดใหม่แข็งค่าขึ้น อย่างไรก็ดี นักลงทุนมีความต้องการสินทรัพย์เสี่ยงน้อยลง

หลังจาก อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 5 ปีของสเปนเพิ่มขึ้นเหนือ 6.0% และการผลิตของจีนหดตัวเป็นเดือนที่ 8 (ตัวเลข HSBC flash PMI) USD/THB ปิดสูงขึ้นที่ 31.80 (Reuter = 31.65) ค่าเงินบาทอ่อนค่าตามสกุลเงินในภูมิภาคสู่ระดับต่ำสุดเมื่อเทียบกับดอลลาร์นับตั้งแต่วันที่ 8 มิถุนายน โดยทดสอบระดับ 31.80 ก่อนที่จะปรับลดลงไปสู่ 31.69 ในช่วงตลาดเอเชีย เงินบาทอาจจะอยู่ในแนวโน้มที่อ่อนแอในช่วงนี้ เนื่องจาก

ความต้องการซื้อดอลลาร์ช่วงสิ้นเดือนของผู้นำเข้า

 

อมรเทพ จาวะลา

ผู้ชำนาญการงานวิจัยเศรษฐกิจและตลาดทุน

โทรศัพท์: 02 470 6749

E-mail: This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it

 

นลิน ฉัตรโชติธรรม

ผู้ชำนาญการงานวิจัยเศรษฐกิจและตลาดทุน

โทรศัพท์: 02 470 3235

E-mail: This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it

 

พุฒิกุล อัครชลานนท์

ผู้ชำนาญการงานวิจัยเศรษฐกิจและตลาดทุน

โทรศัพท์: 02 470 1031

E-mail: This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it

 

โดย ธนาคารกสิกรไทย จำกัด ประจำวันที่ 22 มิ.ย. 2555

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday829
mod_vvisit_counterAll days829

We have: 829 guests online
Your IP: 216.73.216.157
Mozilla 5.0, 
Today: Apr 12, 2026

4145552