Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Economic View สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย
สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย PDF Print E-mail
Thursday, 26 July 2012 09:30

Snapshot

สหรัฐอเมริกา

-  ยอดขายบ้านใหม่ในเดือนมิถุนายนลดลง 8.4% สู่ระดับต่ำสุดในรอบ 5 เดือนที่ 350,000 ยูนิต ซึ่งเป็นการลดลงในอัตรามากที่สุดในรอบกว่า 1 ปี หรือนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2554 ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์ที่ส่วนใหญ่คาดว่าจะอยู่ที่ 370,000 ยูนิต จาก 382,000 ยูนิตในเดือนก่อน (ซึ่งเป็นตัวเลขที่ได้ปรับทบทวนแล้ว) ขณะเดียวกันราคาเฉลี่ยของบ้านใหม่เดือนมิถุนายนก็ลดลง 3.2% เมื่อเทียบรายปี สู่ระดับ 232,600 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อยูนิต ด้านสต็อกบ้านใหม่ เพิ่มขึ้น 0.7% สู่ระดับ 144,000 ยูนิต แต่ก็ยังถือว่าอยู่ใกล้ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่ระยะเวลาที่จะขายบ้านในสต๊อกเพิ่มขึ้น 4.9 เดือน เทียบกับที่ใช้เวลา 4.5 เดือนในเดือนพฤษภาคม

 

ยุโรป: สหภาพยุโรป

-  บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ มูดี้ส์ ประกาศปรับแนวโน้มศักยภาพของกองทุนรักษาเสถียรภาพการเงินยุโรป (EFSF) จากระดับเสถียรภาพลงมาเป็น “ติดลบ” โดยมูดี้ส์ ระบุว่า การตัดสินใจปรับแนวโน้มศักยภาพของอีเอฟเอสเอฟครั้งนี้ สอดคล้องกับแนวโน้มเศรษฐกิจของเยอรมนี, เนเธอร์แลนด์ และลักเซมเบิร์ก ซึ่งถูกปรับลงเป็นลบ แต่ยังคงระดับความน่าเชื่อถือของ อีเอฟเอสเอฟ ไว้ที่ “AAA” เท่าเดิม

-  สำนักงานสถิติแห่งสหภาพยุโรป หรือ ยูโรสแตท เปิดเผยว่า ยอดหนี้สาธารณะของกลุ่มยูโรโซนเพิ่มขึ้นแตะระดับ 88.2% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ณ สิ้นสุดไตรมาสแรกปีนี้ จากระดับ 87.3% ณ สิ้นสุดไตรมาสสุดท้ายปีที่ผ่านมา ขณะเดียวกันอัตราส่วนของสหภาพยุโรป (อียู) ทั้ง 27 ประเทศ ณ สิ้นสุดไตรมาสแรกก็ได้เพิ่มขึ้นจาก 82.5% มาอยู่ที่ 83.4% เมื่อเทียบเป็นรายไตรมาส ทั้งนี้ ประเทศที่มีอัตราส่วนหนี้สินต่อจีดีพีสูงสุด ณ สิ้นสุดไตรมาสแรก ได้แก่ กรีซ 132.4% ตามมาด้วยอิตาลี 123.3% โปรตุเกส 111.7% และ ไอร์แลนด์ 108.5% ตามลำดับ

-  European Bank for Reconstruction and Development (EBRD) คาดการณ์เศรษฐกิจประเทศในยุโรปตะวันออกมีแนวโน้มชะลอการขยายตัวจาก 5% ในปี 2554 เหลือ 2.7% ในปี 2555 เนื่องจากวิกฤตเศรษฐกิจและการเงินของประเทศในยูโรโซนส่งผลให้ภาคส่งออกของยุโรปตะวันออกและการใช้จ่ายของภาคครัวเรือนชะลอตัว

 

เยอรมนี

-  สถาบัน Ifo เผยดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจของเยอรมนีปรับตัวลงแตะ 103.3 ในเดือนกรกฎาคม ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบกว่า 2 ปี จาก 105.3 ในเดือนมิถุนายน ทั้งนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นได้ลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน ซึ่งบ่งชี้ว่าวิกฤตหนี้ยูโรโซนได้ส่งผลกระทบต่อบรรยากาศทางธุรกิจของเยอรมนี

-  ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมทั้งภาคการผลิตและภาคบริการเบื้องต้นของเยอรมนีในเดือนกรกฎาคมอ่อนแรงลงแตะ 47.3 จาก 48.1 ในเดือนมิถุนายน โดยเป็นการปรับตัวลงเดือนที่ 3 ติดต่อกัน ขณะที่ดัชนี PMI รวมทั้งภาคการผลิตและภาคบริการเบื้องต้นของยูโรโซนในเดือนกรกฎาคมทรงตัวที่ 46.4 แต่ยังคงต่ำกว่าระดับ 50 เป็นเดือนที่ 6 ติดต่อกัน ซึ่งบ่งชี้ว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจในยูโรโซนหดตัวลงต่อเนื่อง

 

อิตาลี

-  หนังสือพิมพ์ลา สแตมปารายงานว่า 10 เมืองของอิตาลี ซึ่งรวมถึงเมืองเนเปิลส์ และปาเลอร์โมกำลังประสบกับปัญหาในการบริหารจัดการฐานะการคลัง ซึ่งตอกย้ำถึงความวิตกมากขึ้นเกี่ยวกับความยั่งยืนของฐานะการคลังในระดับท้องถิ่นของอิตาลี ขณะที่นายกรัฐมนตรีมาริโอ มอนติแสดงความวิตกในสัปดาห์ที่แล้วว่า ซิซิลีซึ่งเป็นแคว้นปกครองตนเอง ใกล้จะผิดนัดชำระหนี้

 

อังกฤษ

-  อังกฤษยังคงเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยก่อนการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกในกรุงลอนดอน ขณะที่วิกฤติหนี้ยูโรโซน, การปรับลดค่าใช้จ่ายภาคสาธารณะ และวันหยุดพิเศษ เป็นปัจจัยถ่วงเศรษฐกิจลงในไตรมาส 2 ทั้งนี้ อังกฤษได้ก้าวเข้าสู่ภาวะถดถอยเป็นครั้งที่ 2 ในเวลา 4 ปีในช่วงสิ้นปีที่แล้ว โดยข้อมูลจีดีพีเบื้องต้นไตรมาส 2 ที่เปิดเผยบ่งชี้ถึงการหดตัวลงของจีดีพี 0.7% หลังจากที่หดตัว 0.3% ในช่วงต้นปี หดตัวลงมากกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดว่าจะหดตัว 0.2% ข่าวดังกล่าวได้สร้างแรงกดดันต่อนายจอร์จ ออสบอร์น รมว.คลังของอังกฤษ ให้กระตุ้นการขยายตัวของเศรษฐกิจอีกครั้งหลังจากวิกฤตการณ์ ทำให้ชาวอังกฤษจำนวนมากยากจนลง ขณะที่การเพิ่มขึ้นของค่าแรงไม่เพียงพอกับราคาสินค้าและภาษีที่สูงขึ้น

 

สเปน

-  นายวูล์ฟกัง ชอยเบิล รมว.คลังเยอรมนี และนายลูอิส เด กินดอส รมว.คลังสเปน เปิดเผยว่าต้นทุนการกู้ยืมของสเปนที่พุ่งสูงแตะระดับสูงสุดนับแต่เริ่มใช้สกุลเงินยูโรนั้นเป็นระดับที่สูงเกินไปและไม่ได้สะท้อนปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจ โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีของสเปนพุ่งทำสถิติที่ 7.6% ซึ่งแสดงถึงความกังวลของนักลงทุนในตลาดต่อฐานะการเงินของประเทศ

 

กรีซ

-  นายโธมัส วีเซอร์ ประธานคณะทำงานยูโรกรุ๊ปกล่าวว่า ยูโรกรุ๊ปจะประเมินว่ากรีซจะสามารถเดินหน้ามาตรการปฏิรูปเศรษฐกิจภายในประเทศได้ภายในฤดูใบไม้ร่วงได้หรือไม่ นายวีเซอร์กล่าวว่า ประเด็นในปัจจุบันนี้ไม่ใช่เรื่องของการล้มละลาย เพราะสถานะทางการเงินของกรีซขึ้นอยู่กับกองทุนรักษาเสถียรภาพการเงินยุโรป (EFSF) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่เกิดขึ้นคือกรีซยังไม่สามารถดำเนินมาตรการรัดเข็มขัดและการปฏิรูปเศรษฐกิจได้อย่างเต็มที่

 

เอเชีย: จีน

-  กองทุนการเงินระหว่างประเทศ ( IMF)กล่าวว่าเศรษฐกิจจีนกำลังเผชิญความเสี่ยงในช่วงขาลงอย่างมากและเห็นว่าเศรษฐกิจจีนพึ่งพาการลงทุนมากเกินไป โดย IMF แนะนำให้ทางการจีนกระตุ้นการอุปโภคบริโภคให้ขยายตัวมากขึ้น อย่างไรก็ดี IMF มองว่าจีนมีความสามารถเพียงพอที่จะรับมือกับปัญหาเศรษฐกิจหากจำเป็นโดยการใช้มาตรการทางการคลัง ขณะเดียวกัน IMF ได้กล่าวย้ำความเห็นอีกครั้งว่าขณะนี้ค่าเงินหยวนอ่อนเกินปัจจัยพื้นฐานซึ่งความเห็นดังกล่าวเป็นสิ่งที่ทางการจีนไม่เห็นด้วย

 

ญี่ปุ่น

-  ญี่ปุ่นเกินดุลการค้าในเดือนมิถุนายนอย่างไม่คาดหมายจากการที่ราคาน้ำมันลดลง โดยกระทรวงการคลังของญี่ปุ่นรายงานว่าในเดือนมิถุนายนการนำเข้าของญี่ปุ่นลดลง 2.2% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันปีก่อน ขณะที่การส่งออกลดลง 2.3% ในช่วงเดียวกัน ส่งผลให้ญี่ปุ่นเกินดุลการค้า 61.7 พันล้านเยน ( 789 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) ในเดือนมิถุนายน ขณะที่จากการสำรวจโดย Bloomberg นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ว่าจะขาดดุลการค้า 140 พันล้านเยน

 

เกาหลีใต้

-  ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเกาหลีใต้เดือนกรกฎาคมลดลงมาอยู่ในระดับที่ต่ำสุดใน 5 เดือนจากผลของวิกฤติหนี้ยุโรป โดยธนาคารกลางเกาหลีใต้รายงานว่าดัชนีความเชื่อมั่นฯเดือนกรกฎาคมอยู่ที่ 100 ลดลงจากระดับ 101 ในเดือนมิถุนายน ทั้งนี้ระดับดัชนีที่ 100 เป็นจุดที่ชี้ว่าจำนวนผู้ตอบแบบสอบถามที่มีมุมมองในเชิงบวกมีจำนวนเท่ากับผู้ที่มองในเชิงลบ

 

สิงคโปร์

-  ธนาคารกลางสิงคโปร์มองว่าเศรษฐกิจสิงคโปร์อาจขยายตัวต่ำกว่า 1% ในปีนี้หากเศรษฐกิจสหรัฐฯและจีนชะลอตัวลงมาก และวิกฤติหนี้ยุโรปแย่ลงอย่างชัดเจน อย่างไรก็ดีขณะนี้ธนาคารกลางสิงคโปร์คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจฯปีนี้จะขยายตัว 1-3% โดยมีสมมติฐานว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯไม่เข้าสู่ภาวะถดถอย และวิกฤติหนี้ยุโรปไม่แย่ลงไปกว่านี้ รวมทั้งเศรษฐกิจจีนไม่ชะลอตัวลงมาก

 

ไทย

-  ยอดการส่งออกในเดือนมิถุนายนมีมูลค่า 20,128.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ลดลงจากเดือนเดียวกันของปีก่อน 2.5% (y-o-y) ส่วนการนำเข้ามีมูลค่า 20,678 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 4.41% (y-o-y) ส่งผลให้ขาดดุลการค้า 550 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่การส่งออกในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ (ม.ค.-มิ.ย. 2555) มีมูลค่าทั้งสิ้น 112,622.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หดตัวลง 1.66% (y-o-y) ส่วนการนำเข้ามีมูลค่า 122,966.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขยายตัวเพิ่มขึ้น 10.28% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้ดุลการค้าช่วง 6 เดือนแรก ขาดดุลรวมทั้งสิ้น 10,344 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ สำหรับปัจจัยที่ส่งผลให้การส่งออกในเดือนมิถุนายนลดลงเกิดจากการลุกลามของปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจยุโรป ส่งผลกระทบต่อการผลิตและจำหน่ายสินค้าในหลายประเทศ ซึ่งเป็นตลาดสำคัญของไทย อาทิ ญี่ปุ่น สหภาพยุโรป เอเชียใต้ เกาหลีใต้ ไต้หวัน รัสเซีย และ CIS นำเข้าสินค้าจากไทยลดลง โดยเฉพาะในหมวดสินค้าเกษตร/อุตสาหกรรมเกษตรที่ลดลง 19.8

-  คณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.) ในการประชุมวันที่ 25 ก.ค.55 มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 3.00% ตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ พร้อมปรับลดคาดการณ์อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยปีนี้เหลือโต 5.7% จากเดิมคาด 6% รวมทั้งคาดว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะปรับลดลงเหลือ 2.9% จากเดิมคาดไว้ที่ 3.3%

 

อื่นๆ

-  ธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย (ADB) เปิดเผยในรายงานการสังเกตการณ์เศรษฐกิจในภาคพื้นแปซิฟิคฉบับล่าสุด ซึ่งระบุว่า เศรษฐกิจในประเทศแถบมหาสมุทรแปซิฟิคยังคงดำเนินไปด้วยดีท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจในยุโรป เนื่องจากรัฐบาลเพิ่มการลงทุนในโครงสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐาน โดย ADB คาดว่าเศรษฐกิจในภาคพื้นแปซิฟิคจะขยายตัว 6% ในปี 2555 นอกจากนี้ ADB คาดว่าอัตราเงินเฟ้อในภาคพื้นแปซิฟิคจะลดลงสู่ 6.3% เนื่องจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ปรับตัวลดลง

 

Money Market

-  บาท/ดอลลาร์ เมื่อวันพุธ (25 ก.ค.) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินเอเซียส่วนใหญ่ในช่วงเช้าวันนี้ โดยค่าเงินในเอเซียโดยรวมถูกกระทบจากการที่นักลงทุนวิตกมากขึ้นว่าวิกฤติหนี้ยุโรปจะแย่ลงส่งผลให้ความต้องการถือสินทรัพย์เสี่ยงลดลง อย่างไรก็ดีในวันนี้ดอลลาร์ฯ อ่อนลงเมื่อเทียบกับบาท

-  เยน/ดอลลาร์ เมื่อวันพุธ (25 กค.) ค่าเงินเยนอ่อนลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้หลังจากเยนแข็งขึ้นมากเมื่อวันอังคาร ทั้งนี้ที่ผ่านมาค่าเงินเยนถูกกระทบจากวิกฤติหนี้ยุโรปซึ่งทำให้ความต้องการถือเงินเยนมีมากกว่าปกติ โดยทางการญี่ปุ่นได้ออกมากล่าวย้ำหลายครั้งถึงความพร้อมในการเข้าแทรกแซงตลาดเพื่อสกัดกั้นการแข็งค่าของเงินเยน ทั้งนี้กระทรวงการคลังของญี่ปุ่นรายงานว่าการส่งออกของญี่ปุ่นในเดือนมิถุนายนลดลง 2.3% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันปีก่อน อย่างไรก็ดีในช่วงตลาดสหรัฐฯค่าเงินเยนแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ

-  ยูโร/ดอลลาร์ เมื่อวันพุธ (25 ก.ค.) ค่าเงินยูโรแข็งขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้หลังจากที่ยูโรอ่อนลงมากเมื่อวันอังคาร โดยในช่วงบ่ายของตลาดเอเซียค่าเงินยูโรได้ปรับแข็งขึ้นอีก อย่างไรก็ดีความกังวลเรื่องวิกฤติหนี้ยุโรปที่จะแพร่กระจายไปยังประเทศอื่นรวมทั้งผลกระทบที่รุนแรงขึ้นยังเป็นปัจจัยลบที่จะส่งผลให้ค่าเงินยูโรมีแนวโน้มอ่อนลงเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯและเยน โดยมีสัญญาณในทางลบจากกรีซเกี่ยวกับความสามารถในการปฏิบัติตามเงื่อนไขในการขอความช่วยเหลือทางการเงินจากต่างประเทศ ขณะที่ต้นทุนในการกู้ยืมของสเปนก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่วันนี้สถาบัน IFO ของเยอรมนีรายงานว่าดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจลดลงเป็นเดือนที่สามติดต่อกันในเดือนกรกฎาคม โดยลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 28 เดือน

 

Capital Market

-  ตลาดสหรัฐฯ เมื่อวันพุธ (25 ก.ค.) ดัชนีดาวโจนส์ปิดบวก 0.47% จากผลประกอบการของโบอิ้งและคาเตอร์พิลลาร์ที่แข็งแกร่ง ขณะที่ S&P 500 และ Nasdaq ลดลงจากการที่ผลประกอบการของ Apple ต่ำกว่าที่คาด

-  ตลาดหุ้นเอเชีย  เมื่อวันพุธ (25 ก.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นเอเซียโดยรวมปรับตัวลดลงในช่วงเช้าวันนี้จากการที่นักลงทุนวิตกว่าวิกฤติหนี้ยุโรปจะแย่ลงหลังมีสัญญาณในทางลบจากกรีซเกี่ยวกับความสามารถในการปฏิบัติตามเงื่อนไขในการขอความช่วยเหลือทางการเงินจากต่างประเทศ ขณะเดียวกันการที่ IMF ชี้ว่าเศรษฐกิจจีนกำลังเผชิญความเสี่ยงในช่วงขาลงอย่างมากก็ส่งผลลบต่อตลาดเอเซียโดยรวมในวันนี้ นอกจากนี้จากการที่ผลประกอบการของ Apple Inc แย่กว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ก็ส่งผลลบต่อหุ้นของผู้ประกอบการที่เป็น Suppliers ของบริษัทดังกล่าว ทั้งนี้ปิดตลาดวันนี้ดัชนีนิกเกอิลดลง 1.44% โดยวันนี้รายงานตัวเลขการค้าระหว่างประเทศของญี่ปุ่นชี้ว่าการส่งออกของญี่ปุ่นในเดือนมิถุนายนลดลง 2.3% จากเดือนเดียวกันปีก่อน ในขณะที่การนำเข้าลดลง 2.2% ในช่วงเดียวกัน สำหรับดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตและดัชนีฮั่งเส็งปิดตลาดลดลง 0.48% และ 0.14% ตามลำดับ

-  ตลาดหุ้นไทย  เมื่อวันพุธ (25 ก.ค) ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงในช่วงเช้าวันนี้สอดคล้องกับดัชนีตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่จากการที่ความกังวลเกี่ยวกับวิกฤติหนี้ยุโรปมีมากขึ้น รวมทั้งการให้ความเห็นเกี่ยวกับเศรษฐกิจจีนของ IMF ตัวเลขเศรษฐกิจญี่ปุ่น และผลประกอบการของ Apple เป็นต้น อย่างไรก็ดี ในช่วงบ่ายดัชนีปรับตัวสูงขึ้น โดยปิดตลาดวันนี้ SET INDEX เพิ่มขึ้น 0.98 จุด

 

โดย สำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 26 กรกฎาคม  2555

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday535
mod_vvisit_counterAll days535

We have: 535 guests online
Your IP: 216.73.216.132
Mozilla 5.0, 
Today: Apr 17, 2026

4200208