Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Economic View สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย
สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย PDF Print E-mail
Tuesday, 07 August 2012 09:22

Snapshot

สหรัฐอเมริกา

-  เบน เบอร์นันเก้ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) กล่าวสุนทรพจน์ที่สมาคมวิจัยด้านรายได้และความมั่นคั่งระหว่างประเทศ ที่เมืองเคมบริดจ์ มลรัฐแมสซาชูเซตส์ โดยระบุว่า แม้มีสัญญาณบ่งชี้มากมายว่าเศรษฐกิจกำลังฟื้นตัว แต่ประชาชนและธุรกิจจำนวนมากก็ยังคงเผชิญกับสถานการณ์ที่ยากลำบาก โดยแสดงความวิตกกังวลเกี่ยวกับปัญหาหนี้สาธารณะ และเสถียรภาพของธนาคารพาณิชย์ในหลายประเทศของยูโรโซน ซึ่งปัญหาเหลานี้ยังคงสร้างความตึงเครียดให้กับตลาดการเงินทั่วโลก

 

ยุโรป: สหภาพยุโรป

-  สำนักงานสถิติของยุโรป หรือยูโรสแตท เปิดเผยว่า ยอดค้าปลีกในยูโรโซนขยับขึ้น 0.1% ในเดือนมิถุนายน ชะลอตัวลงหลังจากที่ปรับตัวขึ้น 0.8% ในเดือนพฤษภาคม ซึ่งส่งสัญญาณถึงการปรับตัวขาลงของเศรษฐกิจในภูมิภาค โดยยอดขายในเยอรมนี ซึ่งมีเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดในยูโรโซน ลดลงต่อเนื่อง 0.1% (m-o-m) ในเดือนมิถุนายน เมื่อเทียบกับเดือนก่อน

-  นายเจอร์เกน สตาร์ค อดีตสมาชิกสภาบริหารของธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) กล่าวว่า การซื้อพันธบัตรเป็นการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่รัฐบาลด้วยการพิมพ์เงินใหม่เข้าสู่ระบบ ซึ่งจะทำให้มีความเสี่ยงมากขึ้นที่จะก่อเงินเฟ้อ หลังจากที่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว นายมาริโอ ดรากิ ประธานอีซีบีกล่าวหลังการประชุมนโยบายการเงินของอีซีบีว่าอีซีบีอาจเข้าแทรกแซงเพื่อซื้อพันธบัตรรัฐบาลของประเทศที่ย่ำแย่ในเร็วๆนี้ และอาจพิจารณามาตรการพิเศษเพื่อลดต้นทุนการกู้ยืมที่พุ่งสูงของกลุ่มประเทศดังกล่าว

 

อิตาลี

-  S&P ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือสถาบันการเงิน 15 แห่งของอิตาลี อาทิ Unione di Banche Italiane ScpA, Banca Popolare dell’Emilia Romagna S.C. และ Banca Popolare di Vicenza ScpA เนื่องจากธนาคารพาณิชย์และเศรษฐกิจอิตาลีมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นต่อวิกฤตการเงิน

 

อังกฤษ

-  ราคาที่พักอาศัยในย่านใจกลางกรุงลอนดอนที่สำรวจโดยซีบี ริชาร์ด เอลลิส ที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำระดับโลก พบว่า ราคาเฉลี่ยที่พักอาศัยในย่านใจกลางกรุงลอนดอนปรับตัวสูงขึ้น 4% จากไตรมาสที่ 1 ปี 2555 มาอยู่ที่ระดับ 881,437 ปอนด์ในไตรมาสที่ 2 ปี 2555 โดยย่านเคนซิงตันและเชลซีเป็นย่านที่ราคาปรับตัวเพิ่มขึ้นมากที่สุดราว 7.5% โดยที่พักอาศัยในย่านนี้มีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 1.05 ล้านปอนด์ แต่ย่านไนท์บริดจ์ยังคงเป็นย่านที่พักอาศัยที่มีราคาเฉลี่ยแพงที่สุดที่ระดับ 1.4 ล้านปอนด์

 

สเปน

-  รัฐบาลสเปนประกาศมาตรการรัดเข็มขัดรอบใหม่ โดยจะปรับลดงบประมาณค่าใช้จ่ายลงทั้งหมด 1.02 แสนล้านยูโร (1.25 แสนล้านดอลลาร์) ภายในปี 2557 ในความพยายามสร้างสมดุลให้กับงบประมาณที่ตึงตัว ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการสหภาพยุโรปกำหนดให้สเปนปรับลดงบประมาณขาดดุลลงเหลือ 4.5% และ และ 2.8% ในปี 2556 และ 2557 ตามลำดับ เพื่อช่วยให้สเปนสามารถเลื่อนระยะเวลาในการทำงบประมาณขาดดุลไม่เกิน 3.0% ตามมาตรฐานอียูออกไปได้อีก 1 ปี

-  กระแสเงินทุนไหลออกจากสเปนในอัตราที่รวดเร็วยิ่งขึ้นในเดือนพฤษภาคม และยอดขาดดุลงบประมาณของรัฐบาลกลางสเปนก็พุ่งขึ้นสูงกว่าเป้าหมายในเดือนมิถุนายน ซึ่งปัจจัยสองประการนี้ส่งผลให้สเปนมีแนวโน้มมากยิ่งขึ้นที่จะต้องขอความช่วยเหลือทางการเงินจากต่างประเทศอย่างเต็มรูปแบบในอนาคต ทั้งนี้ ปริมาณเงินที่ไหลออกจากสเปนพุ่งขึ้นสู่ 4.13 หมื่นล้านยูโร (5.06 หมื่นล้านดอลลาร์) ในเดือนพฤษภาคม ในขณะที่รัฐบาลสเปนเข้าช่วยเหลือธนาคารแบงเกีย ซึ่งเป็นหนึ่งในธนาคารที่ใหญ่ที่สุดของสเปน โดยเหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน และทำให้รัฐบาลสเปนต้องขอความช่วยเหลือราว 1 แสนล้านยูโรจากยุโรปเพื่อนำมาใช้ช่วยเหลือภาคธนาคารสเปน ซึ่งที่ผ่านมามีเงินทุนไหลออกจากสเปนราว 1.63 แสนล้านยูโรในเดือนช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ หรือคิดเป็น 16 %ของผลผลิตทางเศรษฐกิจของสเปน

-  ยอดขาดดุลการค้าของสเปนอยู่ที่ 1.5 พันล้านยูโรในเดือนพฤษภาคม โดยลดลงจากที่ขาดดุล 3 พันล้านยูโรในเดือนพฤษภาคม 2554 ในขณะที่ยอดส่งออกพุ่งขึ้น 5.5 % ในเดือนพฤษภาคม และยอดนำเข้าดิ่งลง 2.1% ขณะที่ยอดขาดดุลบัญชีเดินสะพัดอยู่ที่ 754 ล้านยูโร โดยลดลงอย่างมากจากระดับ 3.4 พันล้านยูโรในเดือนเดียวกันปีก่อน

-  สถาบันวิจัย CIS ของรัฐบาลสเปนเปิดเผยว่า ความเชื่อมั่นผู้บริโภคของสเปนร่วงแตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ในเดือนกรกฎาคม โดยความเชื่อมั่นดิ่งลงอย่างหนักจากเดือนมิถุนายน หลังจากที่รัฐบาลพรรคอนุรักษ์นิยมได้ประกาศมาตรการรัดเข็มขัด ซึ่งรวมถึงการขึ้นภาษี ทั้งนี้ ผลสำรวจความเห็นผู้บริโภค 1,204 คนพบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคดิ่งลงสู่ระดับ 37.6 จุดในเดือนกรกฎาคม จาก 50.6 ในเดือนมิถุนายน และลดลงเกือบครึ่งหนึ่งจากระดับในช่วงเดียวกันของปีก่อน

-  นายลูอิส เด กินดอส รมว.คลังสเปน กล่าวว่าสเปนไม่รีบร้อนที่จะขอความช่วยเหลือรอบใหม่จากยุโรป และมีเวลาที่จะรอดูความชัดเจนของรายละเอียดเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องกับความช่วยเหลือดังกล่าว เนื่องจากสเปนได้จัดการหนี้สินส่วนใหญ่ที่มีกำหนดชำระในปีนี้แล้ว ทั้งนี้ นายเด กินดอสให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ ABC ว่า เมื่อทราบรายละเอียดของแผนช่วยเหลือของยุโรป สเปนก็จะมีกำหนดเวลาที่ชัดเจนมากขึ้น

 

กรีซ

-  กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) เปิดเผยว่า กลุ่มทรอยก้าซึ่งประกอบไปด้วยไอเอ็มเอฟ, คณะกรรมาธิการยุโรป (อีซี) และธนาคากลางยุโรป (อีซีบี) อาจจะกลับไปยังกรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซอีกครั้งในช่วงต้นเดือนกันยายน เพื่อหารือเกี่ยวกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจกับเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลกรีซ ทั้งนี้ กลุ่มทรอยก้าได้เดินทางไปยังกรุงเอเธนส์เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม เพื่อประเมินว่ากรีซสามารถทำตามคำมั่นสัญญาต่างๆที่ให้ไว้ได้หรือไม่ รวมถึงการปฏิรูปเศรษฐกิจและการปรับลดยอดขาดดุลงบประมาณ ตลอดจนแนะนำให้กรีซดำเนินมาตรการมากขึ้นเพื่อช่วยให้กรีซมีศักยภาพด้านการเติบโตทางเศรษฐกิจและการแข่งขัน รวมทั้งการฟื้นฟูสถานะด้านการคลังและการสร้างความเชื่อมั่นในระบบการเงิน

 

ไซปรัส

-  S&P ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือตราสารทางการเงินประเภท Long-term Sovereign Credit Rating ของไซปรัส 1 Notch จาก BB+ เป็น BB เนื่องจากระบบการเงินของไซปรัสยังมีความเสี่ยงสูง และจะส่งผลให้รัฐบาลไซปรัสต้องแบกรับภาระในการเข้าช่วยเหลือภาคธนาคารเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ S&P คาดว่ามูลค่าเงินช่วยเหลือไซปรัสจากสหภาพยุโรป (EU) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) จะอยู่ที่ 11 พันล้านยูโร คิดเป็นราว 60% ของ GDP ไซปรัส ขณะที่ยอดหนี้สาธารณะต่อ GDP ของไซปรัสปี 2556 มีแนวโน้มอยู่ที่ 105%

 

สโลวีเนีย

-  S&P ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือตราสารทางการเงินประเภท Long-term Sovereign Credit Rating ของสโลวีเนีย 1 Notch จาก A+ เป็น A พร้อมกับคง Outlook ไว้ที่ Negative เนื่องจากสถานะทางการเงินของรัฐบาลสโลวีเนียอาจมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นจากการเข้าช่วยเหลือธนาคารพาณิชย์ของสโลวีเนียซึ่งประสบปัญหาทางการเงิน ขณะที่เศรษฐกิจสโลวีเนียยังเปราะบาง ทั้งนี้ S&P คาดการณ์เศรษฐกิจสโลวีเนียปี 2555 มีแนวโน้มหดตัว 1.25%

-  Moody’s ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือพันธบัตรรัฐบาลสโลวีเนีย 3 Notches จาก A2 เป็น Baa2 พร้อมกับคง Outlook ไว้ที่ Negative เนื่องจากสถานะทางการเงินของรัฐบาลสโลวีเนียอาจมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นจากการเข้าช่วยเหลือธนาคารพาณิชย์ของสโลวีเนียซึ่งประสบปัญหาทางการเงิน ขณะที่เศรษฐกิจสโลวีเนียยังเปราะบาง

 

เอเชีย: จีน

-  คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์จีน (CSRC) กำลังพิจารณาโครงการที่บริษัทจดทะเบียนสามารถซื้อคืนหุ้นและใช้หุ้นดังกล่าวจ่ายให้กับพนักงานได้ราว 30% ของค่าจ้างและโบนัส ซึ่งนับเป็นความเคลื่อนไหวล่าสุดที่จะช่วยหนุนตลาดหุ้นที่ซบเซาของจีน โดยในร่างกฏเกณฑ์ CSRC ระบุว่า หุ้นที่มอบให้กับพนักงานจะต้องมีการซื้อมาจากตลาดรองซึ่งจะช่วยหนุนราคาหุ้น และพนักงานจะต้องถือครองหุ้นนั้นไว้อย่างน้อย 36 เดือน ขณะเดียวกันจำนวนหุ้นที่ถือครองโดยพนักงานต้องไม่เกิน 10% ของหุ้นทั้งหมดของบริษัทจดทะเบียน และพนักงาน 1 คนสามารถถือหุ้นของบริษัทได้ไม่เกิน 1% ทั้งนี้ CSRC กำลังขอความเห็นสาธารณะเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงที่เสนอดังกล่าวภายในวันที่ 17 สิงหาคม

-  ธนาคารกลางจีนประกาศว่าจะเพิ่มความเข้มข้นในการปรับเปลี่ยนนโยบายการเงินในช่วงครึ่งปีหลัง และปรับปรุงนโยบายสินเชื่อเพื่อส่งเสริมภาคเศรษฐกิจที่แท้จริง ธนาคารกลางจีนยังระบุในเว็บไซท์ว่าจะขยายการใช้เงินหยวนในการซื้อขายและการลงทุนข้ามพรมแดน

-  สมาคมเหล็กและเหล็กกล้าของจีน (CISA) เรียกประชุมสมาชิกซึ่งเป็นผู้ผลิตเหล็กกล้าขนาดกลางเละขนาดใหญ่ของประเทศ เพื่อเตือนให้ระวังการผลิตเหล็กกล้าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องท่ามกลางตลาดภายในประเทศที่ไม่สดใส โดยผลผลิตเหล็กกล้าดิบของจีนในช่วงครึ่งแรกของปี 2555 เพิ่มขึ้น 1.8% จากปีก่อน แม้จะประสบภาวะขาดทุนอย่างหนัก โดยนายจาง ชางฟู เลขาธิการทั่วไปของ CISA กล่าวว่า อุปทานส่วนเกินและการลดการเก็บสินค้ายังคงเป็นสาเหตุหลักของการปรับตัวลงอย่างรวดเร็วของราคาเหล็กกล้าของจีนในครึ่งปีแรก แต่มีผู้ผลิตเหล็กกล้าเพียง 33 รายจากสมาชิก CISA 80 รายเท่านั้นที่ลดการผลิตลงในช่วงดังกล่าว

 

ญี่ปุ่น

-  สมาคมผู้นำเข้ารถยนต์ของญี่ปุ่นเปิดเผยว่ายอดขายรถยนต์ใหม่นำเข้าของญี่ปุ่นเดือนกรกฎาคมซึ่งครอบคลุมรถยนต์แบรนด์ญี่ปุ่นที่ประกอบในต่างประเทศ เพิ่มขึ้น 16.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ยอดขายรถยนต์ รถบรรทุก และรถโดยสารแบรนด์ต่างประเทศ เพิ่มขึ้น 21.8% เมื่อแบ่งตามแบรนด์รถยนต์ พบว่ารถยนต์นิสสันครองส่วนแบ่งตลาดมากที่สุด 23.07% ขณะที่โฟล์คสวาเกนอยู่ในอันดับสอง ครองส่วนแบ่งตลาด 18.16% ตามมาด้วยเมอร์ซิเดส เบนซ์ ซึ่งครองส่วนแบ่งตลาด  10.64%

 

อินโดนีเซีย

-  เศรษฐกิจอินโดนีเซียขยายตัวมากกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์จากการขยายตัวของการลงทุนซึ่งช่วยลดผลกระทบจากการลดลงของการส่งออกจากผลกระทบของวิกฤติหนี้ยุโรป โดยสำนักงานสถิติของอินโดนีเซียรายงานว่าเศรษฐกิจอินโดนีเซียไตรมาส 2 ขยายตัว 6.4% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน สูงกว่าการคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์จากการสำรวจของ Bloomberg ซึ่งคาดการณ์ว่าจะขยายตัว 6.1% หลังจากขยายตัว 6.31% ในไตรมาสแรก

 

ไทย

-  ตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าแห่งประเทศไทย หรือ AFET เตรียมเปิดซื้อขายสัญญาล่วงหน้าสับปะรดกระป๋อง โดยจับกลุ่มเป้าหมายโรงงานผลิตสับปะรดกระป๋องทั่วประเทศ ซึ่งจะใช้สินค้าดังกล่าวในการประกันความเสี่ยง และสร้างอำนาจต่อรองกับผู้ซื้อในตลาดโลก โดยกลุ่มเป้าหมายเบื้องต้นเป็นโรงงานผลิตสับปะรดกระป๋อง ซึ่งมีอยู่ 75 แห่งทั่วประเทศ ที่ต้องการใช้ระบบตลาดล่วงหน้า เพื่อการประกันความเสี่ยง และ AFET เชื่อมั่นว่าสินค้าชนิดนี้จะสร้างโอกาสให้นักลงทุนทั่วไปใช้ AFET เป็นแหล่งลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนได้ ทั้งนี้การเปิดซื้อขายสินค้าดังกล่าว นอกจากจะช่วยในการประกันความเสี่ยงด้านราคาแล้ว ยังจะช่วยให้ผู้ประกอบการใช้ราคาซื้อขายล่วงหน้าเป็นราคาอ้างอิงในการส่งออก และสามารถใช้วางแผนการขายและรับซื้อวัตถุดิบเข้าโรงงานได้ ขณะเดียวกัน AFET ยังหวังผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางการซื้อขายสัญญาล่วงหน้าผลิตภัณฑ์สับปะรดของโลกอีกด้วย โดยผลิตภัณฑ์สับปะรดกระป๋อง ถือเป็นสินค้าส่งออกที่ไทยมีศักยภาพในการแข่งขันในตลาดโลก ปัจจุบัน AFET มีสินค้าที่เปิดซื้อขาย รวมทั้งสิ้น 5 สินค้า ได้แก่ ยางแผ่นรมควันชั้น 3, ยางแท่งเอสทีอาร์ 20, ข้าวขาว 5% FOB, ข้าวหอมมะลิ 100% ชั้น 2 และ มันสำปะหลังเส้น

-  นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมส่งเสริมการส่งออก เปิดเผยว่าในวันที่ 7-8 สิงหาคม จะประชุมกลุ่มย่อยคณะทำงานกลุ่มสินค้าอาหาร และกลุ่มสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับ เพื่อรับฟังปัญหาและแนวทางผลักดันการส่งออกหลังครึ่งปีแรกติดลบ ก่อนรวบรวมเสนอให้นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พิจารณา เพื่อออกมาตรการที่สามารถดำเนินการได้ทันทีและรายงานนายกรัฐมนตรี เพื่อสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปออกมาตรการต่อไป

 

Money Market

-  บาท/ดอลลาร์ เมื่อวันจันทร์ ( 6 ส.ค.) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินเอเซียส่วนใหญ่รวมทั้งเงินบาทในช่วงเช้าวันนี้สอดคล้องกับการที่ดัชนีตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่เพิ่มขึ้นจากการที่ตัวเลขการจ้างงานในสหรัฐฯเดือนกรกฎาคมออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ซึ่งช่วยลดความกังวลต่อการที่เศรษฐกิจสหรัฐฯจะขยายตัวในอัตราที่ชะลอลง รวมทั้งข่าวการเจรจาระหว่างกองทุนการเงินระหว่างประเทศกับกรีซมีความคืบหน้า

-  เยน/ดอลลาร์ เมื่อวันจันทร์ ( 6 ส.ค.)  ค่าเงินเยนอ่อนลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้จากการที่นักลงทุนลดความกังวลเรื่องความเสี่ยงลงและขายเยนออกมาเพื่อลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงอื่นๆมากขึ้น อย่างไรก็ดีค่าเงินเยนปรับแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงตลาดสหรัฐฯ

-  ยูโร/ดอลลาร์ เมื่อวันจันทร์ ( 6 ส.ค.)  ค่าเงินยูโรแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้จากการที่นักลงทุนมองแนวโน้มเศรษฐกิจโลกไปในทางบวกมากขึ้นหลังการประกาศตัวเลขการจ้างงานสหรัฐฯและข่าวการเจรจาระหว่าง IMF กับกรีซ ส่งผลให้นักลงทุนซื้อสินทรัพย์เสี่ยงเพิ่มขึ้นและขายดอลลาร์สหรัฐฯและเยนออกมา

 

Capital Market

-  ตลาดสหรัฐฯ เมื่อวันจันทร์ (6 ส.ค.)  ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐฯสูงขึ้นในวันนี้จากการที่นักลงทุนคาดหวังเกี่ยวกับมาตรการแก้วิกฤติหนี้ยูโรโซน โดยประธานธนาคารกลางยุโรปกล่าวว่า ECB อาจซื้อพันธบัตรระยะสั้นเพื่อช่วยยุโรปในการลดต้นทุนการกู้ยืม

-  ตลาดหุ้นเอเชีย เมื่อจันทร์ (6 ส.ค.)  ดัชนีนิกเกอิสูงขึ้นในช่วงเช้าวันนี้จากการที่ตัวเลขการจ้างงานในสหรัฐฯเดือนกรกฎาคมออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ซึ่งช่วยลดความกังวลต่อการที่เศรษฐกิจสหรัฐฯจะขยายตัวในอัตราที่ชะลอลง นอกจากนี้ตลาดยังได้ปัจจัยบวกจากการที่กำไรสุทธิของ Toyota Motor Corp ไตรมาสล่าสุดสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ นอกจากนี้ยังมีปัจจัยหนุนจากรายงานข่าวที่ว่าการเจรจาระหว่างกองทุนการเงินระหว่างประเทศกับกรีซมีความคืบหน้า โดยปิดตลาดวันนี้ดัชนีนิกเกอิเพิ่มขึ้น 2.00% สำหรับตลาดหุ้นจีนในช่วงเช้าดัชนีแกว่งตัวทั้งในแดนบวกและลบจากการที่นักลงทุนกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวลงของเศรษฐกิจจีน อย่างไรก็ดีในช่วงบ่ายตลาดได้ปัจจัยบวกจากมาตรการของทางการจีนที่จะช่วยหนุนตลาดหุ้นที่ซบเซาของจีน โดยปิดตลาดวันนี้ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตและดัชนีฮั่งเส็งเพิ่มขึ้น 1.04% และ 1.69% ตามลำดับ

-  ตลาดหุ้นไทย เมื่อวันจันทร์( 6 ส.ค.)  ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวสูงขึ้นในช่วงเช้าวันนี้จากการที่ตัวเลขการจ้างงานในสหรัฐฯเดือนกรกฎาคมเพิ่มขึ้นมากกว่าที่ตลาดคาดการณ์ โดยในช่วงบ่ายดัชนีฯยังทรงตัวในแดนบวกต่อเนื่องส่งผลให้วันนี้ SET INDEX ปิดตลาดเพิ่มขึ้น 10.48   จุด

 

โดย สำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 7 สิงหาคม  2555

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday903
mod_vvisit_counterAll days903

We have: 903 guests online
Your IP: 216.73.217.119
Mozilla 5.0, 
Today: Apr 18, 2026

4220936