Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Economic View สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย
สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย PDF Print E-mail
Monday, 06 August 2012 09:52

 Snapshot

 

สหรัฐอเมริกา

-  กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เรียกร้องให้รัฐบาลสหรัฐขจัดความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจากภาวะหดตัวด้านการคลัง อันเป็นผลมาจากมาตรการภาษีขนานใหญ่และจากการปรับลดรายจ่ายมูลค่ามหาศาล โดยระบุว่าหากนโยบายลดหย่อนภาษีหมดอายุลงและมาตรการลดการใช้จ่ายโดยอัตโนมัติเริ่มมีผลบังคับใช้ ภาวะหดตัวด้านการคลัง หรือ หน้าผาทางการคลัง (fiscal cliff) จะมีความรุนแรงอย่างมาก ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวจะทำให้อัตราการเติบโตรายปีลดลงจนเหลือศูนย์ และจะทำให้เศรษฐกิจหดตัวลงในช่วงต้นปี 2556

-  ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการของสหรัฐฯ ที่จัดทำโดยสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) ในเดือนกรกฎาคมเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 52.6 จากระดับ 52.1 ในเดือนมิถุนายน สูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 52.0 โดยดัชนีเกี่ยวกับกิจกรรมทางธุรกิจอยู่ที่ระดับ 57.2 จากระดับ 51.7 ในเดือนก่อน โดยดัชนีที่อยู่เหนือกว่าระดับ 50 นั้นบ่งชี้ถึงการขยายตัว

-  ยอดการจ้างงานนอกภาคการเกษตร (non-farm payroll) ของสหรัฐฯในเดือนกรกฎาคม ปรับตัวเพิ่มขึ้น 163,000 ตำแหน่ง ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดในรอบ 5 เดือน จากที่เพิ่มขึ้น 64,000 ตำแหน่งในเดือนมิถุนายนและสูงกว่าตัวเลขที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเพียง 100,000 ตำแหน่ง ขณะที่อัตราว่างงานเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 8.3% จากระดับ 8.2% ในเดือนก่อน โดยอัตราดังกล่าวสูงกว่าระดับ 8% เป็นเวลากว่า 3 ปีแล้ว

 

ยุโรป: สหภาพยุโรป

-  นายมาริโอ ดรากิ ประธานธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ระบุว่า ECB อาจจะแทรกแซงตลาดเพื่อทำให้ต้นทุนการกู้ยืมของประเทศที่ประสบปัญหาปรับลดลง หลังจากที่กองทุนช่วยเหลือของยูโรโซนได้ดำเนินการในลักษณะเดียวกัน ทั้งนี้ ความคืบหน้าดังกล่าวมีขึ้น ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสเปนและอิตาลีได้พุ่งแตะระดับสูงเป็นประวัติการณ์ อย่างไรก็ตาม ตลาดการเงินต่างๆ มีความผิดหวังอย่างช้ดเจน เนื่องจากไม่ได้ประกาศมาตรการแทรกแซงในทันที ซึ่งได้บั่นทอนแนวคิดเกี่ยวกับการออกใบอนุญาตด้านการทำธุรกิจธนาคารสำหรับกองทุนกลไกรักษาเสถียรภาพยุโรป (ESM)

-  ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการของยูโรโซนในเดือนกรกฎาคมเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 46.5 จากระดับ 46.4 ในเดือนมิถุนายน แต่ตัวเลขที่ต่ำกว่า 50 แสดงให้เห็นว่าภาคบริการของยูโรโซนยังคงอยู่ในภาวะหดตัว ขณะที่ภาคเอกชนในภูมิภาคเผชิญกับคำสั่งซื้อล็อตใหม่ที่ลดลง ซึ่งส่งผลให้ต้องมีการลดจำนวนพนักงาน

 

สเปน

-  ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการของสเปนในเดือนกรกฎาคมเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 43.7 จากระดับ 43.4 ในเดือนมิถุนายน แต่ดัชนียังคงต่ำกว่าระดับ 50 ซึ่งแสดงให้เห็นว่ากิจกรรมภาคบริการของสเปนยังอยู่ในภาวะหดตัว ทั้งนี้ ภาคบริการของสเปนเผชิญกับภาวะชะลอตัวมาเป็นระยะเวลากว่า 1 ปีแล้ว ซึ่งส่งสัญญาณถึงเศรษฐกิจของประเทศที่จะยังคงอยู่ในภาวะถดถอยต่อไป

-  กระทรวงแรงงานและประกันสังคมของสเปนเปิดเผยว่า จำนวนคนว่างงานในสเปนลดลง 27,814 คนในเดือนกรกฎาคม คิดเป็นอัตราลดลง 0.6% จากเดือนมิถุนายน ซึ่งเป็นอัตราที่ลดลงต่อเนื่องกันเป็นเดือนที่สี่แล้ว โดยจำนวนคนว่างงานในเดือนกรกฎาคมอยู่ที่ 4,587,455 คน ซึ่งแม้ว่าจำนวนคนว่างงานจะลดลงในเดือนดังกล่าว แต่ตัวเลขก็ยังสูงกว่าปีที่แล้วอยู่ 507,713 คน หรือเพิ่มขึ้น 12.4% เมื่อพิจารณาแยกตามเพศพบว่า จำนวนผู้ว่างงานชายลดลง 0.67% ในขณะที่ผู้ว่างงานหญิงลดลง 0.54% (m-o-m) โดยจำนวนผู้ชายที่ว่างงานอยู่ที่ 2,268,949 คน และผู้หญิงอยู่ที่ 2,318,506 คน

 

อิตาลี

-  ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการของอิตาลีในเดือนกรกฎาคมลดลงสู่ระดับ 43.0 จากระดับ 43.1 ในเดือนมิถุนายน โดยเป็นการหดตัวลงอย่างต่อเนื่องในช่วงกว่า 1 ปี หลังจากที่ดัชนียังคงต่ำกว่าระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ถึงภาวะหดตัวในภาคบริการ

 

ฝรั่งเศส

-  ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการของฝรั่งเศสในเดือนกรกฎาคมปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 50.0 จากระดับ 47.9 ในเดือนมิถุนายน ทั้งนี้ ตัวเลขที่ระดับ 50 บ่งชี้ว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจอยู่ในภาวะทรงตัว

 

เยอรมนี

-  ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการของเยอรมนีในเดือนกรกฎาคมปรับตัวเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 50.3 จากระดับ 49.9 ในเดือนมิถุนายน การที่ดัชนีที่สูงกว่าระดับ 50 บ่งชี้ว่ากิจกรรมในภาคบริการของเยอรมนีมีการขยายตัว ทั้งนี้ การเพิ่มขึ้นดังกล่าวเป็นการส่งสัญญาณถึงการฟื้นตัวขึ้นของภาคธุรกิจต่างๆ ในภาคบริการ ซึ่งค่อนสวนทางกับดัชนี PMI ภาคการผลิตที่มีการเปิดเผยก่อนหน้านี้

 

อังกฤษ

-  สถาบันวิจัยเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติของอังกฤษ (NIESR) ประเมินว่า มาตรการรัดเข็มขัดของรัฐบาลอังกฤษในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจอยู่ในภาวะย่ำแย่ มีแนวโน้มจะฉุดรั้งเศรษฐกิจของประเทศให้เข้าสู่ภาวะถดถอย และส่งผลกระทบต่อการจ้างงาน 200,000 ตำแหน่ง โดย NIESR คาดว่าเศรษฐกิจของอังกฤษจะหดตัวลงในปีนี้ และเป็นเรื่องยากที่จะมีการฟื้นตัวอย่างชัดเจนจนกว่าจะถึงปี 2557 ทั้งนี้ NIESR ประเมินว่าหากรัฐบาลชะลอการปรับลดรายจ่ายออกไป ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ในปี 2555 จะขยายตัว 0.7% ขณะที่ หากไม่มีการชะลอตัวมาตการดังกล่าวคาดว่าเศรษฐกิจจะหดตัว 0.5% ในปีนี้

 

เอเชีย: จีน

-  ดัชนี PMI ภาคบริการของจีนจากการจัดทำของสำนักงานสถิติจีนและ China Federation of Logistics and Purchasing ชี้ว่าภาคบริการของจีนขยายตัวชะลอลงในเดือนกรกฎาคมจากผลของการลดลงของคำสั่งซื้อสินค้าและการคาดการณ์แนวโน้มธุรกิจในอนาคต โดยทางการจีนรายงานว่าดัชนี PMI ภาคบริการเดือนกรกฎาคมลดลงมาอยู่ที่ 55.6 จากระดับ 56.7 ในเดือนมิถุนายน โดยดัชนีที่สูงกว่า 50 ชี้ถึงการขยายตัว

-  ธนาคารกลางจีนกล่าวในรายงานนโยบายการเงินรายไตรมาสว่าธนาคารกลางฯจะดำเนินนโยบายการเงินอย่างระมัดระวัง โดยจะปรับนโยบายการเงินในเวลาที่เหมาะสม ทั้งนี้ธนาคารกลางจีนมองว่าเศรษฐกิจจีนจะสามารถรักษาระดับการเติบโตอย่างมีเสถียรภาพแม้ว่าจะมีความเสี่ยงจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ขณะที่คาดว่าอัตราเงินเฟ้ออาจจะปรับเพิ่มขึ้นหลังเดือนสิงหาคม ส่วนทางด้านอัตราแลกเปลี่ยนจีนจะรักษาระดับของค่าเงินหยวนให้เคลื่อนไหวอย่างมีเสถียรภาพ

-  China Securities Regulatory Commission จะลดค่าธรรมเนียมเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์ลงในช่วง 4 เดือนสุดท้ายของปีนี้ ซึ่งจะส่งผลให้นักลงทุนประหยัดค่าใช้จ่ายในการลงทุนได้ประมาณ 600 ล้านหยวน (94 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) ขณะเดียวกันก็มีรายงานจาก Xinhua News Agency ว่าทางการจีนกำลังพิจารณาลดค่าอากรแสตมป์ในการซื้อขายหุ้น

 

ไทย

-  ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานว่า เศรษฐกิจไทยในครึ่งปีแรกมีแนวโน้มฟื้นตัวได้ดีต่อเนื่อง โดยกิจกรรมทางเศรษฐกิจฟื้นตัวชัดเจนทั้งในด้านการผลิตและด้านการใช้จ่าย ปัญหาในภาคการผลิตของไทยคลี่คลายลงอย่างมาก ซึ่งช่วยสนับสนุนให้การบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนฟื้นกลับสู่ระดับก่อนอุทกภัยได้ ขณะที่ภาคการส่งออกยังฟื้นตัวได้ไม่เต็มที่จากผลของภาวะอุปสงค์โลกที่อ่อนแอลง อย่างไรก็ดี แรงส่งของเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มที่จะเริ่มลดลงตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังของปีเป็นต้นไป อัตราการขยายตัวรายไตรมาสจะเริ่มโน้มลดลง โดยคาดว่าในไตรมาส 2/55 จะขยายตัว 3.5% ไตรมาสสาม 3.2% และไตรมาสสี่ 16.7% ตามลำดับ เนื่องจากเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มอ่อนแอกว่าที่ประเมินไว้ รวมทั้งมีสัญญาณการชะลอตัวเพิ่มเติมทั้งในกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมหลักและกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการสงออกสินค้าของไทยและความเชื่อมั่นโดยรวม ขณะที่อุปสงค์ภาคเอกชนเริ่มชะลอลงกลับสู่ระดับการขยายตัวปกติ หลังจากที่ผู้ประกอบการได้เร่งลงทุนเพื่อฟื้นฟูไปมากแล้วในช่วงก่อนหน้า ทั้งนี้ ธปท. ได้ปรับลดประมาณการอัตราการจขยายตัวทางเศรษฐกิจไทยในปี 55 ลงมาที่ 5.7% จากครั้งก่อนที่ 6.0% และสำหรับในปี 56 ได้ปรับลดประมาณการลงจาก 5.8% มาอยู่ที่ 5%

-  ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามข้อเสนอของกระทรวงการคลังให้ขยายเวลารับมอบรถยนต์และยื่นเอกสารหลักฐานตามมาตรการรถคันแรกออกไป เพื่อชดเชยกับระยะเวลาที่โรงงานผลิตรถยนต์และโรงงานผลิตชิ้นส่วนและอะไหล่หยุดดำเนินการเนื่องจากประสบอุทกภัย และเพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์จากมาตรการรถคันแรกอย่างสูงสุด โดยผู้ขอใช้สิทธิฯ ต้องปฏิบัติ ดังนี้

1. หากได้รับรถยนต์แล้ว สามารถยื่นเอกสารครบตามที่กรมสรรพสามิตกำหนด ภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2555 ให้ผู้ขอใช้สิทธิฯ นำเอกสารหลักฐานต่างๆ มายื่นขอใช้สิทธิฯ ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่หรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่สาขา

2. หากมีการจองรถยนต์แล้ว แต่ไม่ได้รับมอบรถยนต์ภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2555 ผู้ต้องการจะขอใช้สิทธิตามมาตรการดังกล่าวจะต้องยื่นเอกสารต่างๆ เพื่อแสดงความจำนงในการขอใช้สิทธิฯ ภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2555 ดังนี้

(2.1) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน

(2.2) สำเนาทะเบียนบ้าน

(2.3) สำเนาหนังสือสัญญาเช่าซื้อ (ถ้ามี)

(2.4) สำเนาบัญชีเงินฝากธนาคารของผู้ขอใช้สิทธิฯ

(2.5) ใบจองรถยนต์ (เริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 30 กรกฎาคม 2555 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2555)

ทั้งนี้  ผู้ขอใช้สิทธิฯ ต้องทำการซื้อหรือจองรถยนต์ภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2555 และชื่อผู้ซื้อที่ระบุในใบจองรถยนต์จะต้องเป็นชื่อบุคคลเดียวกันกับผู้ซื้อรถยนต์ที่ยื่นขอใช้สิทธิฯ เท่านั้น หากเป็นชื่อของบุคคลอื่นจะไม่ได้รับสิทธิฯ และเมื่อได้รับมอบรถยนต์แล้ว ผู้ขอใช้สิทธิฯนำเอกสารหลักฐาน ได้แก่ หนังสือสัญญายินยอมสละสิทธิ์การโอนรถยนต์ใหม่คันแรก สำเนาหลักฐานการซื้อขายรถยนต์ สำเนาเอกสารการรับมอบรถยนต์ สำเนาหนังสือสัญญาเช่าซื้อ (กรณีเช่าซื้อ) และสำเนาคู่มือจดทะเบียน มายื่นได้ ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่หรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่สาขา ภายใน 90 วัน นับถัดจากวันรับมอบรถยนต์

-  สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ รายงานว่า ยอดหนี้สาธารณะคงค้าง ณ วันที่ 31 พฤษภาคม 2555 มีจำนวน 4.668 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 42.55 ของ GDP โดยเป็นหนี้ของรัฐบาล 3.430 ล้านล้านบาท หนี้รัฐวิสาหกิจที่ไม่เป็นสถาบันการเงิน 1.034 ล้านล้านบาท หนี้รัฐวิสาหกิจที่เป็นสถาบันการเงิน (รัฐบาลค้ำประกัน) 195,230.07 ล้านบาท และ หนี้หน่วยงานอื่นของรัฐ 8,820 ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับเดือนก่อนหน้า หนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นสุทธิ 51,973.52  ล้านบาท โดยแบ่งเป็น หนี้ของรัฐบาล หนี้รัฐวิสาหกิจที่เป็นสถาบันการเงิน (รัฐบาลค้ำประกัน) และหนี้หน่วยงานอื่นของรัฐ เพิ่มขึ้น 17,450.81 ล้านบาท 36,640.88 ล้านบาท และ 1,740 ล้านบาท ตามลำดับ ในขณะที่หนี้รัฐวิสาหกิจที่ไม่เป็นสถาบันการเงินลดลง 3,858.17 ล้านบาท ส่วนหนี้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ นั้นไม่มีหนี้คงค้าง

-  ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย รายงานดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยโดยรวมในเดือนกรกฎาคมลดลงมาอยู่ที่ระดับ 68.2 จากระดับ 68.5 ในเดือนมิถุนายน ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสการหางานทำอยู่ที่ 69.3 ลดลงจากระดับ 69.6 ในเดือนก่อน และดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคตอยู่ที่ 96.8 ลดลงจากระดับ 97.8 ในเดือนก่อน สำหรับสาเหตุที่ดัชนีทุกตัวปรับลดลงจากเดือนก่อนหน้า เป็นผลมาจากราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศปรับตัวเพิ่มขึ้น, ความกังวลเกี่ยวกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่ยังไม่แน่นอน ซึ่งส่งผลกระทบเชิงลบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย, ผู้บริโภคกังวลปัญหาการเมืองในความไม่สอดคล้องกันเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และ พ.ร.บ.ปรองดองแห่งชาติ, การค้าระหว่างประเทศเดือนมิ.ย.ขาดดุลกว่า 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และผู้บริโภคยังกังวลต่อปัญหาค่าครองชีพและราคาสินค้าที่ยังอยู่ในระดับสูง

 

Money Market

-  บาท/ดอลลาร์ เมื่อวันศุกร์ (3 ส.ค.) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินเอเซียส่วนใหญ่รวมทั้งเงินบาทในช่วงเช้าวันนี้จากการที่นักลงทุนคาดการณ์ว่าตัวเลขการจ้างงานในสหรัฐฯจะเพิ่มขึ้นไม่มากพอที่จะลดอัตราการว่างงานลงต่ำกว่า 8% ในช่วงเวลาสั้นๆ อย่างไรก็ดีดอลลาร์สหรัฐฯแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับบาทในช่วงตลาดสหรัฐฯ

-  เยน/ดอลลาร์ เมื่อวันศุกร์ (3 ส.ค.)  ค่าเงินเยนแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้จากการที่นักลงทุนลดความเสี่ยงลงหลังจากที่ผิดหวังผลการประชุมธนาคารกลางยุโรปซึ่งไม่มีการดำเนินมาตรการอย่างแข็งกร้าวในการแก้วิกฤติหนี้ยูโร ขณะเดียวกันนักลงทุนก็รอดูตัวเลขการจ้างงานของสหรัฐฯในคืนนี้ซึ่งนักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ว่าตัวเลขดังกล่าวจะชี้ว่าการเพิ่มขึ้นของการจ้างงานในสหรัฐฯไม่เพียงพอที่จะทำให้อัตราการว่างงานของสหรัฐฯลดลงต่ำกว่า 8% ในระยะใกล้ๆนี้ อย่างไรก็ดีดอลลาร์สหรัฐฯแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับเยนในช่วงตลาดสหรัฐฯ

-  ยูโร/ดอลลาร์ เมื่อวันศุกร์ (3 ส.ค.)  ค่าเงินยูโรแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ก่อนการประกาศตัวเลขการจ้างงานสหรัฐฯในคืนนี้ซึ่งนักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ตัวเลขดังกล่าวจะชี้ว่าการเพิ่มขึ้นของการจ้างงานยังต่ำเกินไปในการที่จะทำให้อัตราการว่างงานของสหรัฐฯลดลงต่ำกว่า 8% ในระยะใกล้ๆนี้ โดยอัตราการว่างงานของสหรัฐฯสูงเกิน 8% อย่างต่อเนื่องในช่วงกว่า 3 ปีที่ผ่านมา

 

Capital Market

-  ตลาดสหรัฐฯ เมื่อวันศุกร์ (3 ส.ค.)  ดัชนีดาวโจนส์ปิดตลาดเพิ่มขึ้น 1.69% ส่วนดัชนี S&P 500 และ Nasdaq เพิ่มขึ้น 1.90% และ 2.00% ตามลำดับ โดยตลาดหุ้นสหรัฐฯได้ปัจจัยบวกจากการที่การจ้างงานในสหรัฐฯในเดือนกรกฎาคมเพิ่มขึ้นมากกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ โดยเพิ่มขึ้น 163,000 ตำแหน่ง หลังจากที่เพิ่มขึ้น 64,000 ตำแหน่งในเดือนมิถุนายน ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ที่ 100,000 ตำแหน่ง

-  ตลาดหุ้นเอเชีย เมื่อศุกร์ (3 ส.ค.)  ดัชนีตลาดหุ้นเอเซียโดยรวมปรับตัวลดลงในช่วงเช้าวันนี้จากการที่นักลงทุนผิดหวังผลการประชุมธนาคารกลางยุโรปซึ่งไม่มีการดำเนินมาตรการอย่างแข็งกร้าวในการแก้วิกฤติหนี้ยูโรหลังจากที่เคยกล่าวก่อนหน้านั้นว่า ECB จะดำเนินมาตรการใดก็ตามที่จำเป็นในการปกป้องยูโรโซน โดยวันนี้ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดลดลง 1.13% โดยตลาดได้ปัจจัยลบจากการทื่ Sharp Corp., และ Sony ลดการคาดการณ์แนวโน้มผลประกอบการ สำหรับดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดตลาดเพิ่มขึ้น 1.02% โดยตลาดหุ้นจีนได้รับปัจจัยบวกจากการที่ China Securities Regulatory Commission จะลดค่าธรรมเนียมเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์ลงในช่วง 4 เดือนสุดท้ายของปีนี้ ซึ่งจะส่งผลให้นักลงทุนประหยัดค่าใช้จ่ายในการลงทุนได้ประมาณ 600 ล้านหยวน ( 94 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) ขณะเดียวกันก็มีรายงานว่าทางการจีนกำลังพิจารณาลดค่าอากรแสตมป์ในการซื้อขายหุ้น สำหรับดัชนีฮั่งเส็งวันนี้ปิดตลาดลดลง 0.12%

-  ตลาดหุ้นไทย เมื่อวันศุกร์(3 ส.ค.)  ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงในช่วงเช้าวันนี้สอดคล้องกับดัชนีตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่จากการที่นักลงทุนผิดหวังผลการประชุมธนาคารกลางยุโรปเมื่อวันพฤหัส รวมทั้งผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯเมื่อวันพุธที่ไม่มีการประกาศใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมและมีการปรับลดมุมมองเศรษฐกิจลง โดยในช่วงบ่ายดัชนีฯปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งปิดตลาดวันศุกร์ SET INDEX ลดลง 3.60 จุด

 

โดย สำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 6 สิงหาคม  2555

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday983
mod_vvisit_counterAll days983

We have: 983 guests online
Your IP: 216.73.216.48
Mozilla 5.0, 
Today: Apr 18, 2026

4222552