Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Economic View สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย
สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย PDF Print E-mail
Tuesday, 30 October 2012 10:42

Snapshot

 

สหรัฐอเมริกา

          - การใช้จ่ายส่วนบุคคลเดือนกรกฎาคมเพิ่มขึ้น 0.8% (m-o-m) หลังจากที่เพิ่มขึ้น 0.5% ในเดือนสิงหาคม ซึ่งเพิ่มขึ้นมากสุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาและมากกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดการณ์ไว้ว่าจะเพิ่มขึ้น 0.6% ขณะที่รายได้ส่วนบุคคลเพิ่มขึ้น 0.4% หลังจากเพิ่มขึ้น 0.1% ในเดือนก่อนหน้า ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นมากสุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม สำหรับอัตราการออมเงินส่วนบุคคลลดลงสู่ระดับ 3.3% จากระดับ 3.7% ในเดือนสิงหาคม ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2554 ทั้งนี้ การใช้จ่ายผู้บริโภคคิดเป็นสัดส่วนถึง 70% หรือสองในสามของระบบเศรษฐกิจสหรัฐฯ ดังนั้น การใช้จ่ายส่วนบุคคลที่เพิ่มขึ้น นับเป็นสัญญาณว่าผู้บริโภคชาวอเมริกันมีการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้นในช่วงปลายไตรมาส และช่วยผลักดันให้เศรษฐกิจขยายตัว

          - สมาคมเศรษฐศาสตร์ธุรกิจแห่งชาติของสหรัฐ (NABE) ระบุว่าภาคธุรกิจสหรัฐมีมุมมองบวกน้อยลงเกี่ยวกับเศรษฐกิจ จากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับนโยบายในประเทศและการขยายตัวของเศรษฐกิจในต่างประเทศ โดยนักเศรษฐศาสตร์ราว 2 ใน 3 จากจำนวนที่ตอบแบบสอบถามคาดว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ที่แท้จริงของสหรัฐฯ จะขยายตัว 1.1-2.0% ตั้งแต่ปัจจุบันไปจนถึงไตรมาส 3 ปี 2556 ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์ราว 31% คาดว่า GDP ที่แท้จริงจะขยายตัว 2.1-3.0% และมีเพียง 5% ที่คาดว่า GDP จะโตเกิน 3% พร้อมระบุจากผลสำรวจแสดงให้เห็นถึงยอดขาย ผลกำไรและการจ้างงานที่ทรงตัว รวมถึงการคาดการณ์เกี่ยวกับการขยายตัวของจีดีพีที่ชะลอลงโดบ นักเศรษฐศาสตร์ราว 63% คาดว่ายอดขายจะลดลง หากรัฐบาลและสภาคองเกรสไม่สามารถตกลงกันได้ในการเลี่ยงภาวะหน้าผาทางการคลัง ซึ่งมาตรการปรับเพิ่มภาษีและลดรายจ่ายจะเริ่มมีผลบังคับใช้พร้อมกันในเดือนมกราคมปีหน้า

          - อิทธิพลของพายุเฮอริเคนแซนดี้ส่งผลให้สายการบินต่างๆต้องยกเลิกเที่ยวบินกว่า 6,800 เที่ยวในสหรัฐ ซึ่งรวมถึงเที่ยวบินขาเข้าและขาออกที่สนามบิน 3 แห่งในรัฐนิวยอร์ก ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวมีแนวโน้มว่าจะส่งผลกระทบต่อเครือข่ายการเดินทางทางอากาศทั่วสหรัฐและประเทศใกล้เคียงอื่นๆ

 

ยุโรป: สเปน

          - ชาวสเปนหลายพันคนออกมาชุมนุมประท้วงในแมดริด เพื่อต่อต้านร่างกฎหมายปรับลดงบประมาณปี 2556 ซึ่งจะเข้าสู่ขั้นตอนการออกเสียงรับรองโดยรัฐสภาสเปนในวันพุธที่ 31 ตุลาคม ก่อนหน้านี้ ตำรวจหลายร้อยนายได้ชุมนุมเพื่อประท้วงนโยบายปรับลดเงินเดือนและสวัสดิการตำรวจ โดยระบุว่า เป็นการยกเลิกโบนัสในช่วงคริสต์มาสของตำรวจ

          - กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) เปิดเผยว่า สเปนมีความคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญในการปฏิรูปภาคการเงิน และยังต้องเดินหน้าความพยามด้านการปฏิรูปต่อไป ทั้งนี้ สเปนได้ปฏิบัติตามบันทึกความเข้าใจที่ตกลงกันไว้ระหว่างทางการสเปนและยุโรป และจะเป็นสิ่งสำคัญที่จะยังคงดำเนินการดังกล่าวต่อไป เนื่องจากยังมีมาตรการที่ท้าทายรออยู่เบื้องหน้า ไอเอ็มเอฟระบุว่าภาวะตลาดการเงินได้ปรับตัวดีขึ้น นับแต่ที่มีการประกาศโครงการ Outright Monetary Transactions (OMT) ของธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) แม้ว่าสถานการณ์ยังมีความเปราะบาง

 

กรีซ

          - กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) เปิดเผยว่า หนี้ของกรีซจะมีสัดส่วนสูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 120%ของจีดีพีในปี ค.ศ. 2020 เนื่องจากหนี้ของกรีซมีแนวโน้มที่จะอยู่ที่ระดับ 136% ของจีดีพีในปีนั้น และรัฐบาลกรีซจำเป็นต้องดำเนินการปฏิรูปเพิ่มเติมก่อนที่จะได้รับเงินช่วยเหลือฉุกเฉินจากกลุ่มเจ้าหนี้อีกครั้ง ทั้งนี้ นอกจากการคาดการณ์เรื่องระดับหนี้สินกรีซแล้ว กลุ่มทรอยกาซึ่งประกอบด้วยผู้แทนของไอเอ็มเอฟ, คณะกรรมาธิการยุโรป (อีซี) และธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ยังคำนวณอีกด้วยว่ารัฐบาลกรีซจำเป็นต้องได้รับเงินช่วยเหลือเพิ่มเติมอีก ถ้าหากมีการยืดเวลาให้กรีซอีก 2 ปีจนถึงปี 2016 ในการบรรลุเป้าหมายยอดเกินดุลงบประมาณเบื้องต้นที่ 4.5 % แทนที่จะต้องบรรลุเป้าหมายให้ได้ภายในปี 2014 เหมือนที่ตกลงกันไว้ในเดือนกุมภาพันธ์

          - เจ้าหน้าที่ยูโรโซนคนหนึ่งกล่าวว่า ขณะนี้มีการคาดการณ์กันว่า กรีซจำเป็นต้องได้รับเงินทุนเพิ่มเติมราว 3 หมื่นล้านยูโร (3.9 หมื่นล้านดอลลาร์) ในขณะที่เจ้าหน้าที่อีกคนหนึ่งคาดการณ์ว่า กรีซจำเป็นต้องได้รับเงินเพิ่มเติม 1.6-2.0 หมื่นล้านยูโร โดยเจ้าหน้าที่หลายคนได้คาดการณ์ตัวเลขที่แตกต่างกันไปนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคมเป็นต้นมา โดยอยู่ในกรอบ 1.3-3.0 หมื่นล้านยูโร       

 

โปรตุเกส

           - กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) เตือนว่า ความเสี่ยงต่อแผนการช่วยเหลือของโปรตุเกส "เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด" อันเป็นผลจากรายได้จากการจัดเก็บภาษีที่ลดลง, การคัดค้านมากขึ้นต่อมาตรการรัดเข็มขัดและความเป็นไปได้ที่โปรตุเกสจะเผชิญกับภาวะถดถอยต่อไปในปีหน้า ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์ระบุว่า โปรตุเกสอาจเผชิญกับภาวะถดถอยเหมือนกับกรีซ โดยเฉพาะถ้าหากการขึ้นภาษีครั้งใหญ่ในปีหน้าบั่นทอนความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและคาดว่าเศรษฐกิจของโปรตุเกสจะหดตัวลง 3% เป็นอย่างต่ำในปีนี้ และ 1% ในปีหน้า ขณะที่อัตราการว่างงานอยู่ที่ระดับสูงเป็นประวัติการณ์ อย่างไรก็ตาม ไอเอ็มเอฟยังคงเชื่อมั่นว่า โปรตุเกสจะสามารถระดมทุนเองในตลาดพันธบัตรได้อีกครั้งตั้งแต่ปีหน้าตามแผนที่วางไว้

 

เอเชีย: จีน

          - รัฐบาลจีนใช้เงินงบประมาณมากกว่าแผนที่กำหนดไว้ในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้ ขณะที่การเติบโตของรายได้รัฐบาลชะลอลง ส่งผลให้ความสามารถในการใช้จ่ายงบประมาณของรัฐบาลเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในไตรมาสนี้จะลดลง โดยกระทรวงการคลังของจีนรายงานว่ารายได้ของรัฐบาลในช่วง 9 เดือนแรกปีนี้เพิ่มขึ้น 10.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนมาอยู่ที่ 9.06 ล้านล้านหยวน ( 1.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ) เทียบกับในช่วง 9 เดือนแรกปีก่อนที่ขยายตัว 29.5 % ด้านการใช้จ่ายของรัฐบาลจีนในช่วง 9 เดือนแรกปีนี้เพิ่มขึ้น 21.1% จากช่วงเดียวกันปีก่อน สูงกว่าอัตราการขยายตัวสำหรับทั้งปี 2555 ซึ่งกำหนดไว้ที่ 14.1%

 

ญี่ปุ่น

          - ยอดขายปลีกของญี่ปุ่นเดือนกันยายนเพิ่มขึ้นน้อยกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์เนื่องจากการยุติลงของมาตรการสนับสนุนการซื้อรถของรัฐบาล โดยกระทรวงการค้าของญี่ปุ่นรายงานว่ายอดขายปลีกในเดือนกันยายนเพิ่มขึ้น 0.4% จากเดือนเดียวกันปีก่อน หลังจากเดือนสิงหาคมเพิ่มขึ้น 1.7% ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์จากการสำรวจของ Bloomberg คาดการณ์ว่าจะขยายตัว 1% ทั้งนี้หากเทียบกับเดือนก่อนหน้า ยอดขายปลีกในเดือนกันยายนลดลง 3.6%ซึ่งเป็นการลดลงมากที่สุดนับจากเดือนมีนาคม 2554

 

เกาหลีใต้

          - ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมเกาหลีใต้เดือนตุลาคมลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่สอง โดยธนาคารกลางเกาหลีใต้รายงานว่าดัชนีคาดการณ์ของภาคอุตสาหกรรมสำหรับเดือนพฤศจิกายนลดลงมาอยู่ที่ 70 จากระดับ 72 ในเดือนตุลาคม ส่วนดัชนีการคาดการณ์ของบริษัทนอกภาคอุตสาหกรรมไม่เปลี่ยนแปลงจากเดือนก่อนโดยอยู่ที่ระดับ 67 ทั้งนี้ดัชนีที่ต่ำกว่า 100 ชี้ว่าจำนวนผู้ที่มองในเชิงลบมีมากกว่าผู้ที่มองในเชิงบวก

 

ไทย

          - สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.)  รายงานว่า ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (Manufacturing Production Index — MPI) ในเดือนกรกฎาคมลดลง 5.82% (y-o-y) สู่ระดับ 178.07 อันเป็นผลมาจากการลดลงของกลุ่มอุตสาหกรรมที่ผลิตเพื่อการส่งออก ได้แก่ ฮาร์ดดิกส์ไดรฟ์ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ที่เพิ่งฟื้นจากวิกฤตน้ำท่วม และบางส่วนย้ายการผลิตไปแหล่งอื่น และปัจจัยสำคัญคือ วิกฤตหนี้สาธารณะในยุโรป ยืดเยื้อ เศรษฐกิจชะลอตัวของจีนและสหรัฐอเมริกา สำหรับอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจ คือ สินค้าประเภทเส้นใยต่างๆ และผ้าทอ มีภาวะการผลิตและการจำหน่ายลดลง 13.85% และ 3.57% รวมทั้งการผลิตเครื่องแต่งกาย ที่ภาวะการผลิตลดลง 1.59% แต่ภาวะการจำหน่ายเพิ่มขึ้น 11.66% จากสินค้าเสื้อผ้าสำหรับผู้ชาย ที่ทำการผลิตในเดือนก่อนแต่ส่งมอบในเดือนนี้

          - สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.) คาดว่า เศรษฐกิจไทยช่วงไตรมาส 3/2555 จะขยายตัวในช่วง 3.5-4% ขณะที่ไตรมาส 4 เศรษฐกิจไทยจะต้องเติบโตในระดับ 12-14% เพื่อทำให้ทั้งปี 55 เป็นไปตามคาดการณ์ที่ สศค.ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้ที่ 5.5% โดยมีปัจจัยสำคัญขึ้นอยู่กับการขยายตัวของภาคการส่งออก ซึ่งทั้งปีคาดว่าจะขยายตัว 4.5% โดยช่วงที่เหลือ 3 เดือนสุดท้าย การส่งออกต้องมีมูลค่าที่ 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ/เดือน อย่างไรก็ตาม ในช่วง 3 เดือนสุดท้ายของปีนี้ ปัจจัยเสี่ยงที่ยังต้องติดตามคือการแก้ปัญหาหนี้สินยุโรปอย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในเดือน พ.ย.นี้  ซึ่งต้องรอดูการวางนโยบายของรัฐบาลชุดใหม่ของสหรัฐ รวมถึงการแก้ไขปัญหาด้านการคลัง(fiscal cliff) โดยทั้งสองปัจจัยจะส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกของไทยด้วย ส่วนปี 56 ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวที่ 5.2% โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ 4.7-5.7%

          - สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.) ระบุว่า ภาวะเศรษฐกิจการคลังประจำเดือนกันยายน 2555 และไตรมาส 3/2555 เครื่องชี้ภาวะเศรษฐกิจไทยยังคงขยายตัวได้ต่อเนื่อง โดยได้รับแรงสนับสนุนหลักจากการใช้จ่ายในประเทศทั้งจากการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนที่ยังคงขยายตัวได้ดี ขณะที่ผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจยูโรโซนและความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทยและส่งผลกระทบทำให้ภาคการผลิตอุตสาหกรรมของไทยโดยเฉพาะการผลิตในอุตสาหกรรมที่เน้นการส่งออกของไทยหดตัวลง แต่เศรษฐกิจไทยยังคงได้รับปัจจัยบวกจากตลาดใหม่ที่มีศักยภาพ โดยเฉพาะตลาดส่งออกของประเทศออสเตรเลียแอฟริกา อินเดีย และฮ่องกง

 

Money Market

          - บาท/ดอลลาร์ เมื่อวันจันทร์ (29 ต.ค.) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินเอเซียส่วนใหญ่รวมทั้งเงินบาทในช่วงเช้าวันนี้สอดคล้องกับภาวะที่ดัชนีตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่ลดลงจากรายงานผลประกอบการบริษัทต่างๆในตลาดหุ้นรวมถึงการคาดการณ์เกี่ยวกับแนวโน้มในอนาคต

          - เยน/ดอลลาร์ เมื่อวันจันทร์ (29 ต.ค.)  ค่าเงินเยนวันนี้ได้ปัจจัยสนับสนุนจากการที่นักลงทุนหลีกเลี่ยงการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงและถือครองเยนและดอลลาร์สหรัฐฯที่เป็นสกุลเงินที่มีความเสี่ยงต่ำมากขึ้น อย่างไรก็ดีในช่วงบ่ายค่าเงินเยนได้อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ

          - ยูโร/ดอลลาร์ เมื่อวันจันทร์ (29 ต.ค.)  ค่าเงินยูโรอ่อนลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ โดยนักลงทุนยังรอคอยว่าสเปนจะขอความช่วยเหลือทางการเงินจาก ECB เมื่อใด ขณะที่ทางด้านอิตาลีนั้นอดีตนายกรัฐมนตรี นาย Silvio Berlusconi ก็ขู่ที่จะถอนการสนับสนุนรัฐบาลของนาย Mario Monti  สำหรับกรีซขณะนี้หลายฝ่ายก็กำลังหาทางแก้ปัญหาอยู่ โดยรัฐมนตรีคลังของ euro-area จะประชุมกันในวันที่ 31 ตุลาคมนี้ โดยยังมีความเห็นที่ขัดแย้งกันเกี่ยวกับการลดหนี้เพิ่มเติมให้แก่กรีซ

 

Capital Market

          - ตลาดสหรัฐฯ เมื่อวันจันทร์ ( 29 ต.ค.)  ตลาดหุ้นสหรัฐฯปิดทำการในวันนี้เนื่องจากผลกระทบของพายุเฮอริเคน

          - ตลาดหุ้นเอเชีย เมื่อวันจันทร์ ( 29 ต.ค.)  ดัชนีตลาดหุ้นญี่ปุ่นปรับตัวสูงขึ้นในช่วงเช้าวันนี้จากการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางญี่ปุ่นจะเพิ่มมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในการประชุมสัปดาห์นี้ อย่างไรก็ดีดัชนีฯได้ปรับลดลงหลังได้รับปัจจัยลบจากการที่ Honda Motor Co. ลดการคาดการณ์กำไรในปีนี้ โดยปิดตลาดวันนี้ดัชนีนิกเกอิลดลง 0.04% สำหรับตลาดหุ้นจีนช่วงเช้าวันนี้ได้รับปัจจัยลบจากรายงานผลประกอบการบริษัทต่างๆที่ชี้ภาวะอ่อนแอลง โดย Yanzhou Coal มีราคาลดลงหลังจากรายงานมีผลการดำเนินงานขาดทุนในไตรมาสที่ 3 เช่นเดียวกับ Weichai Power Co. ที่ราคาลดลงหลังรายงานผลกำไรลดลง อย่างไรก็ดี China Petroleum&Chemical Corp หรือ Sinopec ซึ่งเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่สุดของเอเซียมีราคาเพิ่มขึ้นหลังจากรายงานกำไรสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาด โดยปิดตลาดวันนี้ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตลดลง 0.35% ส่วนดัชนีฮั่งเส็งวันนี้ปิดตลาดลดลง 0.16% 

          - ตลาดหุ้นไทย เมื่อวันจันทร์( 29 ต.ค.)  ดัชนีตลาดหุ้นไทยลดลงในช่วงเช้าวันนี้สอดคล้องกับตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่จากปัจจัยเกี่ยวกับผลประกอบการของบริษัทต่างๆที่ประกาศออกมารวมทั้งการคาดการณ์ในอนาคต ขณะที่ปัจจัยในประเทศโดยรวมก็ยังไม่ส่งผลบวกต่อตลาดเท่าใดนัก โดยในช่วงบ่ายดัชนีฯยังคงทรงตัวในแดนลบอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ปิดตลาดวันนี้ SET INDEX ลดลง 2.24 จุด

 

         โดย สำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 30 ตุลาคม 2555

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday678
mod_vvisit_counterAll days678

We have: 677 guests online
Your IP: 216.73.216.225
Mozilla 5.0, 
Today: Apr 24, 2026

4204928