Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Hot News เอดีบีปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยโตจาก4%เป็น7%
เอดีบีปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยโตจาก4%เป็น7% PDF Print E-mail
Tuesday, 28 September 2010 11:23

           ธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย (เอดีบี) ได้ปรับคาดการณ์อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ของไทยในปี 2553 เพิ่มเป็น 7% สูงจากเดิมในครั้งแรกที่คาดไว้ในระดับ 4% เนื่องจากมองว่าเศรษฐกิจจะขยายตัวอย่างแข็งแกร่งในช่วงครึ่งปีหลังต่อเนื่องจากครึ่งปีแรก

           นอกจากนี้ เอดีบียังได้ปรับคาดการณ์จีดีพีในภูมิภาคเอเชียในปีนี้โตเพิ่มเป็น 8.2% จากเดิม 7.5% ซึ่งสูงกว่าปี 2552 ที่เติบโต 5.4% การปรับเพิ่มคาดการณ์อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจในเอเชียครั้งนี้ ครอบคลุมถึง 44 ประเทศกำลังพัฒนาและกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมเกิดใหม่ในเอเชีย แต่ไม่นับรวมญี่ปุ่น

          นายจอง วา ลี หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ เอดีบี กล่าวว่า ภาพรวมเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียยังคงฟื้นตัวได้ดี เพราะได้แรงหนุนจากตัวเลขการใช้จ่ายผู้บริโภคและภาคธุรกิจที่แข็งแกร่งขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลที่ช่วยพยุงเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวขึ้นจากวิกฤตการณ์การเงินโลก

             สำหรับ ประเทศที่กำลังพัฒนาในเอเชียจะเป็นผู้นำของโลกในการฟื้นตัวจากวิกฤติเศรษฐกิจ ซึ่งการฟื้นตัวจะมีความรวดเร็วและแข็งแรก่งมาก ในลักษณะรูป V shape ซึ่งเป็นการวางรากฐานการเจริญเติบโตในระยะยาว

             อย่างไรก็ตาม ยังมีแรงกดดันด้านเงินเฟ้อบ้าง แต่ก็ยังสามารถจัดการได้ คาดอัตราเงินเฟ้อของเอเชียอยู่ที่ 4.1% ในปีนี้ และจะชะลอลงเป็น 3.9% ในปีหน้า แต่มองว่าเป็นระดับที่แบงก์กลางของทุกประเทศรับมือได้

            ส่วน ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญของเศรษฐกิจในเอเชีย ได้แก่ ความไม่แน่นอนของงการฟื้นตัวของประเทศอุตสาหกรรม ซึ่งเคยเติบโตได้ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ในไตรมาสแรกของปีนี้ แต่ขณะนี้ก็การเติบโตชะลอตัวอย่างเห็นได้ชัดในไตรมาส 2/53 มองว่าเศรษฐกิจประเทศอุตสาหกรรมยังมีความเสี่ยงที่จะเกิดการหดตัว แม้ว่าจะมีความเป็นไปได้น้อย

            นอกจากนี้ ยังขึ้นกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งการเงินการคลัง และประโยชน์จากการเติบโตขึ้นมาจากฐานต่ำหมดไปแล้ว

           อย่างไรก็ตาม ต้องติดตามอุปสงค์ภาคเอกชนในท้องถิ่นจะเข้มแข็งพอที่จะสนับสนุนการเติบโตหรือไม่ หากนโยบายกาเรงินการคลังกลับมาสู่ภาวะปกติ

            ในขณะที่การฟื้นตัวของเอเชียที่กำลังพัฒนามีความก้าวหน้า ผู้วางนโยบายควรจะต้องเปลี่ยนจากการให้ความสำคัญกับการจัดการความผันผวนในระยะสั้น ไปสู่การทำให้เติบโตในระยะปานกลางและยาวอย่างมีความยั่งยืนต่อไป

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday1247
mod_vvisit_counterAll days1247

We have: 1243 guests online
Your IP: 216.73.216.141
Mozilla 5.0, 
Today: Jun 18, 2026

8170608