Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Hot News กิมเอ็ม ปรับเป้าหุ้น"BIG C"ใหม่เป็น82บาท
กิมเอ็ม ปรับเป้าหุ้น"BIG C"ใหม่เป็น82บาท PDF Print E-mail
Friday, 26 November 2010 16:41

            บริษัทหลักทรัพย์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดศักยภาพ บมจ.บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ หรือ BIG C หลังจากซื้อกิจการคาร์ฟูร์ ทำให้ช่วยเพิ่มความสามารถในการทำกำไร ทั้งนี้ตั้งเป้าหมายราคาหุ้น BIG C จากเต็มมูลค่าเป็น "ซื้อ" โดยปรับเป้าราคาใหม่เป็น 82 บาท

ทั้งนี้ การซื้อคาร์ฟูร์จะช่วยเพิ่มทั้งยอดขาย อำนาจต่อรองกับผู้ผลิตส่วนลดจากการสั่งสินค้าจำนวนมากและมีการประหยัดจากขนาด คาดเกิดSynergy 1.2 พันล้านบาทต่อปี แหล่งเงินทุนทั้งหมดจะมาจากหนี้สินทำให้อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุนเป็น 1.6 เท่าจากปัจจุบันที่เป็น Net Cash กำไรขยายตัวดีในไตรมาส 3/2553 และคาดว่าจะดีต่อเนื่องในไตรมาส 4/2553 ราคาเหมาะสมอิง DCF ปรับเป็น 82 บาทและปรับคำแนะนำจาก เต็มมูลค่า เป็น "ซื้อ"กำไรไตรมาส 3/2553 เติบโต 24%

สำหรับกำไรไตรมาส 3/2553 ของ BIG C เพิ่มขึ้น 24% YoY เป็น 590 ล้านบาทจากการเติบโตของยอดขายต่อสาขา 3.5% อีกทั้งรายได้อื่นขยายตัวขึ้นจากรายได้จากการสนับสนุนของผู้ผลิตหลังจากมีการทำกิจกรรมการตลาดมากขึ้นและมีการบันทึกรายได้ชดเชยความเสียหายจากธุรกิจหยุดชะงัก 87 ล้านบาทจากการที่สาขาราชดำริถูกเพลิงไหม้และหยุดดำเนินการตั้งแต่เดือน พ.ค. สำหรับรายได้ค่าเช่าเพิ่มขึ้นจากการปรับค่าเช่าขณะที่อัตราเข้าเช่ายังอยู่ในระดับสูงถึง 96% นอกจากนั้นค่าใช้จ่ายยังทรงตัวและดอกเบี้ยจ่ายลดลงจากหนี้สินที่ลดลง อย่างไรก็ดีการทำกิจกรรมการตลาดกระตุ้นยอดขายส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 6.7% ในไตรมาส 3/52 มาที่ 5.4% ไตรมาส 4/2553 มีแนวโน้มแข็งแกร่งเนื่องจากเป็นช่วงการจับจ่ายใช้สอยและมีการเปิดสาขาใหม่ 3 แห่ง เราจึงปรับเพิ่มประมาณการปีนี้ 5% เป็น 3,175 ล้านบาท (3.96 บาทต่อหุ้น) เติบโต 11% YoY ซื้อคาร์ฟูร์ทำให้เกิด Synergy 1.2 พันล้านบาท

อย่างไรก็ตาม จากการประชุมกับผู้บริหาร BIG C บริษัทเน้นถึงประโยชน์จากการซื้อคาร์ฟูร์ 42 สาขา ซึ่งจะทำให้สาขาในรูปแบบไฮเปอร์มาร์เก็ตเพิ่มจาก 69 เป็น 103 สาขาโดยสาขาในกรุงเทพฯ จะเพิ่มจาก 27 เป็น 49 สาขา (เทียบกับเทสโก้ที่มี 36 สาขา) สาขาที่ตั้งอยู่ในบริเวณใกล้กันมีเพียง 5 สาขาแต่บริษัทเชื่อว่ายอดขายจะไม่กระทบกันเอง BIG C ประเมินว่าใช้เวลา 3 ปีในการ Implement ซึ่งจะทำให้เกิด Synergy 1.2 พันล้านบาทต่อปีโดยได้ผลบวกจากการต่อรองกับผู้ผลิต ส่วนลดจากการสั่งซื้อสินค้าจำนวนมาก และEconomies Of Scale ทำให้อัตรากำไรเพิ่มขึ้น นอกจากนั้นรายได้จากธุรกิจให้เช่าพื้นที่ซึ่งมีอัตรากำไรสูงก็จะเพิ่มขึ้นเช่นกันเนื่องจากพื้นที่เช่าเพิ่มขึ้น 150,000 ตารางเมตรหรือ 34%ส่วน BIG C เองก็ยังมีนโยบายเปิดสาขาต่อเนื่องปีละ 4-5 สาขา ยกเว้นปี 2554 ซึ่งจะมีการเปิดเพียง 2 สาขาเนื่องจากเป็นช่วงของการเปลี่ยนสาขาคาร์ฟูร์มาเป็น BigC

สำหรับเม็ดเงินในการซื้อคาร์ฟูร์ 35,500 ล้านบาทจะนำมาจากการกู้ยืมทั้งจำนวน มีอัตราดอกเบี้ย 4.5% โดยบริษัทจะสามารถชำระหนี้ทั้งหมดภายใน 5 ปีเนื่องจากมีกระแสเงินสดแข็งแกร่งและปัจจุบันมีฐานะเป็นเงินสดสุทธิ เราคาดว่าการกู้ยืมจะทำให้ BIG C มีอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุน 1.6 เท่าในปี 2554 การปรับเปลี่ยนสาขาคาร์ฟูร์ใช้เม็ดเงินลงทุน350 ล้านบาทและมีค่าใช้จ่าย 200 ล้านบาท จากการประเมินเบื้องต้นเราคาดว่าในปี 2554 รายได้รวมจะเพิ่มขึ้นเป็น 120,809 ล้านบาท และกำไรเพิ่มขึ้นเป็น 3,533 ล้านบาท (4.41 บาทต่อหุ้น) หรือคิดเป็นการเพิ่มขึ้น 3% จากประมาณการเดิม โดยอัตรากำไรของ BIG C จะค่อยๆ ปรับตัวสูงขึ้นในปีถัดไปหลังจากการทยอยชำระหนี้สินทำให้ดอกเบี้ยจ่ายลดลงสำหรับราคาเหมาะสมอิง DCF ปรับขึ้นเป็น 82 บาท (หากไม่รวมคาร์ฟูร์ ราคาเหมาะสม70 บาท) ทั้งนี้ได้ปรับคำแนะนำจากเต็มมูลค่าเป็น "ซื้อ"

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday1407
mod_vvisit_counterAll days1407

We have: 1401 guests online
Your IP: 216.73.216.141
Mozilla 5.0, 
Today: Jun 19, 2026

8178344