| กองทุน"LTF"ลดหย่อนภาษีโตปีละ24% |
|
|
|
| Tuesday, 30 November 2010 13:11 | |||
|
นายสรายุทธ์ นาทะพันธ์ รองผู้อำนวยการ สถาบันวิจัยเพื่อตลาดทุน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวนำเสนอผลการวิจัยเรื่อง "พัฒนาการของอุตสาหกรรมกองทุนรวมไทย : โอกาสและความท้าทายในทศวรรษหน้า"ในงานสัมมนาเพื่อการพัฒนาตลาดทุนไทยประจำปี 2553 ว่า ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรมกองทุนรวมไทยขยายตัวเฉลี่ย 24% ต่อปี โดยมีสัดส่วนสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (เอยูเอ็ม) เพิ่มจาก 0.91 ล้านล้านบาท ในปี 2549 เป็น 1.54 ล้านล้านบาท แม้ภาพรวมของอุตสาหกรรมทั่วไปจะลดลงจากวิกฤตซับไพรม์ ทำให้มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) ของตลาดหุ้นไทย ลดลง 46% ในปี 2551 ขณะที่ปริมาณเอยูเอ็มต่อเงินฝากบุคคลธรรมดา เพิ่มขึ้นจาก 22% เป็น 35% สะท้อนให้เห็นว่ากองทุนรวมเป็นช่องทางการออมและการลงทุนที่สำคัญมากขึ้น นายสรายุทธ์กล่าวว่า การเติบโตของอุตสาหกรรมจะกระจุกตัวในกองทุนรวมตราสารหนี้ ส่งผลให้สัดส่วนของกองทุนรวมตราสารหนี้ต่อเอยูเอ็มของทั้งอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นจาก 70% เป็น 76% โดยสิทธิประโยชน์ทางภาษีเป็นปัจจัยหลักกระตุ้นให้เกิดการขยายตัวของกองทุนรวมตราสารทุน ซึ่งนักลงทุนไทยสนใจลงทุนในกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (แอลทีเอฟ) มากกว่ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (อาร์เอ็มเอฟ) เพราะมีระยะเวลาการลงทุนที่สั้นกว่า อีกทั้งนักลงทุนจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ลงทุนในแอลทีเอฟเมื่อครบ 5 ปีปฏิทิน โดยไม่จำเป็นต้องลงทุนต่อเนื่องทุกปี ขณะที่การลงทุนในอาร์เอ็มเอฟ นักลงทุนต้องลงทุนต่อเนื่องทุกปีจนอายุอย่างน้อย 55 ปี และต้องลงทุนอย่างน้อย 5 ปี จึงจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี นายสมบัติ อนันตรัมพร ประธานชมรม เอ็มเอไอ ซีอีโอ กล่าวว่า ในวันที่ 3 ธันวาคมนี้ จะนำผู้บริหารจากบริษัทในตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอ 20-30 ราย เข้าหารือกับนายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการขอขยายเวลาให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีอีกครั้ง โดยชมรมจะเสนอผลวิจัยเรื่องกลไกตลาดทุนกับพฤติกรรมการเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทยด้วย หลังเคยหารือมาแล้วในช่วงก่อนหน้า แต่ยังไม่ได้รับการอนุมัติ และขณะนี้มีบริษัทที่ไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีแล้ว 20 แห่ง
|






![]() | Today | 775 |
![]() | All days | 775 |
Comments