| TNDTลุยตลาดนอกหลังเปิดศูนย์ระยองปี54 |
|
|
|
| Wednesday, 01 December 2010 11:37 | |||
|
นายสหวัสส์ เตชาชาญ ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท ไทย เอ็น ดี ที จำกัด (มหาชน) (TNDT) ผู้ประกอบธุรกิจให้บริการตรวจสอบและทดสอบทางวิศวกรรมความปลอดภัย ด้วยกระบวนการทดสอบโดยไม่ทำลาย (Nondestructive Testing - NDT) กล่าวถึงแนวโน้มผลประกอบการในไตรมาส 4/2553 ว่า มีโอกาสออกมาในทิศทางที่ดีต่อเนื่องจากไตรมาสที่ผ่านมาได้ จากการรับรู้รายได้จากงานในมือ (Backlog) อยู่ที่มีอยู่กว่า 260 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้เข้ามาในช่วงไตรมาสดังกล่าวมูลค่ากว่า 60 ล้านบาท นอกจากนี้บริษัทฯ ยังอยู่ระหว่างการยื่นประมูลงานใหม่ในประเทศอีกมูลค่ารวม 25 ล้านบาท และงานในต่างประเทศอีก 2 โครงการมูลค่ารวม 30 ล้านบาท ซึ่งจะประกาศผลในเดือนธันวาคม 2553 โดยบริษัทฯ คาดว่าจะได้รับงานดังกล่าวในสัดส่วน 50% จากมูลค่างานทั้งหมด และจะทยอยรับรู้รายได้บางส่วนทันปีนี้ ดังนั้นจึงจะเป็นปัจจัยสนับสนุนที่จะช่วยให้ผลประกอบการในไตรมาสดังกล่าวออกมาดีตามที่คาดไว้ "ในไตรมาส 4 ปีนี้แนวโน้มของรายได้มีโอกาสออกมาดีกว่าไตรมาส 3 เพราะยังคงมี Backlog ในมือกว่า 260 ล้านบาท โดย 60 ล้านบาท คาดว่าจะรับรู้เป็นรายได้ในปีนี้ ส่วนที่เหลือจะไปทยอยรับรู้เป็นรายได้เข้ามาอย่างต่อเนื่องในปีหน้า นอกจากนี้ยังมีงานที่อยู่ระหว่างการยื่นประมูลอีกหลายโครงการทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งหากได้รับงานและทยอยรับรู้รายได้ทันปีนี้คงช่วยสนับสนุนให้ผลประกอบการในไตรมาสดังกล่าวออกมาดีตามที่คาดไว้และคงไม่ทำให้นักลงทุนรวมทั้งผู้ถือหุ้น TNDT ผิดหวังแน่นอน " นายสหวัสส์ กล่าวถึงทิศทางการขยายธุรกิจในปี 2554 ว่า จะเพิ่มน้ำหนักการขยายงานตรวจสอบด้านวิศวกรรมความปลอดภัยด้วยวิธีไม่ทำลายเข้าไปในต่างประเทศ เพิ่มมากขึ้น เช่น ซูดาน มาดากัสกา เวียดนามและอินโดนีเซีย โดยตั้งเป้าสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศอยู่ที่ 10% เพิ่มขึ้นจากปีนี้ที่คาดว่าจะอยู่ที่ 5% หลังจากที่ศูนย์บริการทดสอบและตรวจสอบด้านวิศวกรรมบริการที่จังหวัดระยอง จะเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์อย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 11 มกราคม 2554 ทำให้บริษัทฯ สามารถให้บริการแก่ลูกค้าได้อย่างครบวงจรและสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้ดียิ่งขึ้น เนื่องจากบริษัทฯ มีความพร้อมเป็นอย่างดีทั้งด้านบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ ตลอดจนอุปกรณ์เครื่องมือที่ทันสมัย เพราะในช่วงที่ผ่านมาถึงแม้ว่าจะมีงานบางส่วนหายไปจากตลาด แต่บริษัทฯ ยังเดินหน้าพัฒนาบุคลากรขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถรับมือกับงานที่จะเข้ามาในอนาคตได้อย่างคล่องตัว และทันท่วงที ทำให้ทั้งงานและคุณภาพการให้บริการเป็นที่ยอมรับของลูกค้าเป็นอย่างดี ดังนั้น ถึงแม้ว่าในปีหน้างานในประเทศจะเพิ่มขึ้นไม่มากนัก ซึ่งเป็นไปตามภาพรวมเศรษฐกิจในประเทศจะยังเติบโตไม่ชัดเจน โดยเฉพาะภาคการลงทุนจากต่างประเทศ ที่ยังได้รับผลกระทบจากความไม่ชัดเจนทางการเมือง จนทำให้นักลงทุนต่างชาติไม่กล้าตัดสินใจเข้ามาลงทุนในไทย รวมทั้งการชะลอการลงทุนของหลายโครงการในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด แต่เชื่อว่าปัญหาดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบต่อบริษัทฯ อย่างมีนัยสำคัญ เพราะการขยายตลาดออกสู่ต่างประเทศเพิ่มขึ้นจะช่วยกระจายความเสี่ยงและขยายช่องทางการสร้างรายได้ได้เป็นอย่างดี โดยในปี 2554 บริษัทฯ จึงตั้งเป้าหมายรายได้จะขยายตัวเพิ่มขึ้นจากปี 2553 ที่คาดว่าจะทำได้กว่า 300 ล้านบาท ถึงร้อยละ 20 "TNDT ไม่ถือว่าเป็นเรื่องที่หนักใจหรือยากลำบากที่จะดำเนินงานและทำให้รายได้ในปีนี้เป็นไปตามเป้าหมายที่คาดว่าจะอยู่ที่กว่า 300 ล้านบาท เพราะปัจจุบันบริษัทฯ ยังมีงานในมือและที่อยู่ระหว่างการยื่นประมูลเข้ามาสนับสนุนอีก และหากงานในมาบตาพุดบางส่วนเริ่มกลับเข้ามาในตลาดอีกครั้ง ถือว่าจะเป็นผลดีต่อธุรกิจตั้งแต่ไตรมาสสุดท้ายเป็นต้นไป เพราะเราได้เตรียมความพร้อมรองรับไว้แล้วเป็นอย่างดี ทั้งด้านบุคลากรและเครื่องไม้เครื่องมือ ซึ่งเชื่อว่าน่าจะส่งผลดีต่อไปจนถึงปีหน้าให้ผลประกอบการมีทิศทางการเติบโตอย่างโดดเด่นได้ ซึ่งมั่นใจว่า TNDT จะต้องก้าวต่อไปอย่างมั่นคงในอนาคตอย่างแน่นอน" นายสหวัสส์ กล่าว
|






![]() | Today | 1027 |
![]() | All days | 1027 |
Comments