| ปปง.จ้องอายัดทรัพย์ฯแคลิฟอร์เนียว้าวซิกแซกขนเงินออกนอก1.7พันล้าน |
|
|
|
| Saturday, 08 June 2013 12:30 | |||
|
ที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.)พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการ ปปง. และร.ต.อ.สุวนีย์ แสวงผล รองเลขาธิการ ปปง.แถลงข่าวผลการตรวจสอบบริษัทแคลิฟอร์เนีย ว้าว เอ็กซ์พีเรียนท์ จำกัด (มหาชน) หลังปิดการให้บริการฟิตเนสแคลิฟอร์เนีย ว้าว ทุกสาขา ทำประชาชนซึ่งเป็นกลุ่มสมาชิกผู้ใช้บริการสถานที่ออกกำลังกายกว่า 1,000 คน และผู้ถือหุ้นจำนวนหนึ่งของบริษัทดังกล่าวในตลาดหลักทรัพย์ของบริษัทได้ความเดือดร้อนจากการปิดให้บริการเกือบทุกสาขาและบริษัทถูกฟ้องล้มละลาย ได้เข้าร้องขอความเป็นธรรม ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ เบื้องต้นพบความผิด เข้าข่ายฉ้อโกงประชาชนเตรียมอายัดทรัพย์สิน พร้อมประสาน กองบังคับการปราบปรามการกระทำ ความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (ปคบ.) ดำเนินคดี
พ.ต.อ.สีหนาทกล่าวว่า สืบเนื่องจากมีประชาชนผู้ใช้บริการของสถานออกกำลังกายแคลิฟอร์เนีย ว้าวฯกว่า 1,000 คน ได้รับความเดือดร้อนเสียหายจากการที่บริษัทปิดการให้บริการฟิตเนส แคลิฟอร์เนีย ว้าวฯเกือบทุกสาขาโดยไม่แจ้งให้สมาชิกทราบล่วงหน้า ทำให้กลุ่มประชาชนที่เป็นสมาชิกผู้ใช้บริการเข้าร้องเรียนต่อ นายตวง อันทะไชย ประธานคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภาเพื่อขอความช่วยเหลือ ต่อมา เมื่อวันที่ 30 พ.ค. 2556 คณะกรรมาธิการได้จัดประชุมเพื่อหารือแนวทางแก้ไขปัญหาเรื่องร้องเรียนดังกล่าว โดยมีผู้แทนจาก 7 หน่วยงาน และผู้แทนของ ปปง.เข้าร่วมประชุมที่ห้องประชุมคณะกรรมาธิการ อาคารรัฐสภา
จากการประสานข้อมูลกัน เบื้องต้น ปปง.ได้พิจารณาแล้วเห็นว่าพฤติการณ์เกี่ยวกับการกระทำของบริษัทแคลิฟอร์เนีย ว้าวฯ เข้าข่ายการกระทำ ความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนซึ่งเป็นความผิดมูลฐานตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หลังการสอบสวนพบว่าบริษัทแคลิฟอร์เนีย ว้าวฯ ไม่ได้มีเจตนาทำธุรกิจให้บริหารฟิตเนสตั้งแต่ต้นแต่ได้ประกอบกิจการโดยการวางแผนอย่างชาญฉลาด เพื่อระดมเงินจากตลาดหลักทรัพย์และจากสมาชิกที่ใช้บริการของฟิตเนสแคลิฟอร์เนีย ว้าวฯจากการตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินของบริษัทแคลิฟอร์เนีย ว้าวฯพบว่าปริมาณธุรกรรมที่มีการทำมาแต่ละปี มีรายได้เข้ามาจำนวนมากมาย แต่รายได้ที่เข้ามาในบริษัทไม่ได้มีการนำรายได้มาใช้ในการประกอบการ กลับนำเงินรายได้ส่งโอนออกไปต่างประเทศ
"จากการสอบสวนพบว่าบริษัทแคลิฟอร์เนีย ว้าวฯมีการโอนเงินออกนอกประเทศเป็นจำนวนมากเมื่อเปรียบเทียบ ข้อมูลการทำธุรกรรมรายปีตั้งแต่ปี 2545-2556 บางช่วงเวลามีการทำธุรกรรมจำนวนสูงกว่า 400 ล้านบาท เมื่อพิจารณาในภาพรวมพบว่ามีธุรกรรมหมุนเวียนในช่วง 10 ปีมานี้กว่า 1,600 ล้านบาท จากการวิเคราะห์ข้อมูลธุรกรรมทางการเงินในแต่ละช่วงเวลาพบว่ามูลค่าสูงสุดของการทำธุรกรรมเกิดขึ้นในช่วง 3 ปี คือ 2552-2554 โดยร้อยละ 99 เป็นการทำธุรกรรมผ่านระบบ SWIFT คือ การโอนเงินออกไปต่างประเทศกว่า 1,699 ล้านบาท อาจกล่าวได้ว่าธุรกรรมของบริษัทแคลิฟอร์เนีย ว้าวฯเกือบทั้งหมดเป็นการโอนเงินออกไปยังต่างประเทศ
ขณะเดียวกัน บริษัทแคลิฟอร์เนีย ว้าวฯได้มีการระดมเงินทุนในตลาดหลักทรัพย์ตั้งเป็นบริษัทมหาชนพร้อมจัดให้มีการซื้อขายหุ้นเมื่อวันที่ 8 พ.ย. 2548 จนกระทั่งปี 2554 ตลาดหลักทรัพย์ได้ขึ้นเครื่องหมาย"SP"หรือการห้ามซื้อขายหลักทรัพย์ แต่ขณะที่ห้ามซื้อขายหลักทรัพย์ พบว่าเมื่อวันที่ 7 ก.พ. 2554 มีเงิน ไหลออกจากบริษัทสูงกว่า 400 ล้านบาทและปี 2553 เกือบ 500 ล้านบาท ทำให้เห็นว่าบริษัทมีความตั้งใจที่จะประกอบกิจการจริงโดยบุคคลเกี่ยวข้องพบว่ามี 10 ราย ทั้งชาวไทยและต่างประเทศ เริ่มมีโอนเงินที่ได้จากกิจการออกไปตั้งแต่ปี 2555 เรื่อยมา แม้ในช่วงต้นของการประกอบกิจการ ธุรกิจยังประสบภาวะขาดทุนก็ตาม แสดงให้เห็นว่าผู้บริหารของแคลิฟอร์เนีย ว้าวฯและผู้ที่เกี่ยวข้องส่อเจตนาที่จะฉ้อโกงลูกค้าตั้งแต่เริ่มต้นกิจการ "ตั้งแต่บริษัทแคลิฟอร์เนียเข้าตลาดหลักทรัพย์ปี 2549 มีการแจ้งผลกำไรเพียง 1 ปี หลังจากนั้นแจ้งผลประกอบการขาดทุนกับทางตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) มาโดยตลอด แต่จากการตรวจสอบหลักฐานทางการเงินกลับพบว่ามีการโอนเงินไปต่างประเทศต่อเนื่องทุกปี โดยเฉพาะปี 2553 มีการโอนเงินออกไปต่างประเทศสูงสุดถึงกว่า 495 ล้านบาท รวม 10 ปี มีการโอนเงินออกไปนอกประเทศถึง 1,699 ล้านบาท ทำให้กรมสรรพพากรเสียรายได้จากการจัดเก็บภาษี" พ.ต.อ.สีหนาท กล่าว
หลังจากนี้ ปปง.จะติดตามอายัดเงินของบริษัทแคลิฟอร์เนีย ว้าวฯ แม้จะมีการโอนไปต่างประเทศทั้งหมดแล้วโดยทราบประเทศปลายทางที่มีการโอนเงินไปแล้ว โดยบริษัทแคลิฟอร์เนีย ว้าวฯ ได้ปิดสาขาฟิตเนสทุกแห่ง พร้อมมีสถานะเป็นบริษัทล้มละลาย พร้อมจะประสาน บก.ปคบ.เพื่อให้ดำเนินคดีอาญาฐานฟอกเงิน และจะสอบถาม สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ว่า ปล่อยให้บริษัทแคลิฟอร์เนีย ว้าวฯ สร้างความเสียหายให้ผู้ลงทุนได้อย่างไร เพราะมีการแต่งบัญชีเป็นเท็จ
สำหรับบริษัทแคลิฟอร์เนีย ว้าวฯ มี นายเอริค เลอวีน ชาวแคนาดา อายุ 55 ปี ประธานกรรมการบริหาร ซึ่งเป็นสามีของอดีต นางแบบระดับแถวหน้าของไทย เคยสร้างความฮือฮาจัดพิธีหมั้น และแต่งงานอย่างสุดหรูเป็นข่าวเอิกเกริกด้วยมูลค่าสินสอดกว่า 100 ล้านบาท โดยขณะนี้ทางปปง.เตรียมเข้าตรวจสอบทรัพย์สินพร้อมอายัดทรัพย์ของมหาเศรษฐีชาวแคนาดาพร้อมพวกต่อไป หลังสืบทราบว่าจะมีการไปเปิดฟิตเนสแคลิฟอร์เนีย ว้าวฯ ในประเทศอาเซียน
|






![]() | Today | 1118 |
![]() | All days | 1118 |
Comments