| บลจ.ไทยพาณิชย์ตอกย้ำที่1AUMทะลุเป้ากว่า1.3ล้านล้านบาท |
|
|
|
| Thursday, 18 August 2016 13:49 | |||
|
บลจ.ไทยพาณิชย์ ตอกย้ำ ความเป็นที่ 1AUMทะลุเป้ากว่า1.3ล้านล้านบาท ชี้ปัจจัยสำเร็จจากกลยุทธ์ออกกอ งทุนตอบโจทย์ สร้างผลงานโดดเด่น เน้นบริการนักลงทุน นายสมิทธ์ พนมยงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด เปิดเผยผลดำเนินงานช่วงครึ่ งปีแรกของปี2559 มีมูลค่าทรัพย์ สินสุทธิภายใต้การบริหารงานรวม 1,291,842 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 128,763 ล้านบาท มีส่วนแบ่งตลาดที่ 21.3% ตอกย้ำความเป็นที่ 1 ของอุตสาห กรรม ซึ่งเป็นผลจากการปรับเปลี่ยนกลยุ ทธ์การดำเนินงานเชิงรุก (Active) มากขึ้น ด้วยการริเริ่ มกลยุทธ์การลงทุนใหม่ๆ การออกกองทุนที่ตอบโจทย์ และการ สร้างผลดำเนินงานกองทุนที่ดีอย่ างต่อเนื่อง ทำให้หลายๆ กองทุนทั้งประเภทหุ้นและตราสารห นี้ของบริษัทฯ มีผลงานที่โดดเด่ นอยู่ใน First Quartile ของอุตสาหกรรม อาทิ กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ซีเล็คท์ อิควิตี้ ฟันด์ (SCBSE) , กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ หุ้นทุน ปันผล (SCBDV), กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ หุ้นระยะยาวทาร์เก็ต (SCBLTT), กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ สะสมทรัพย์ตราสารหนี้ (SCBSFF), กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ สะสมทรัพ ย์ตราสารหนี้ พลัส (SCBSFF Plus) และกองทุนเปิดไทยพาณิชย์ ตราสา รรัฐตลาดเงิน พลัส (SCBTMF Plus)
แม้ว่าในสถานการณ์การลงทุนที่มี ความผันผวนสูง บริษัทฯได้ปรับกล ยุทธ์การลงทุนและเพิ่มทางเลือกก ารลงทุนในหลากหลายรูปแบบ ทำให้ นักลงทุนได้รับผลตอบแทนในระดั บที่น่าพอใจและมีความเชื่อมั่ นในการลงทุนมากขึ้น อาทิเช่น ก องทุนที่เน้นสร้างรายได้ระหว่ างทางจากการลงทุนเพื่ อทดแทนกองทุนตราสารหนี้ที่ปัจจุ บันให้ผลตอบแทนค่อนข้างต่ำ เช่น กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ โกลบอล อินฟราสตรัคเจอร์ อิควิตี้ (SCBGIF)กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ โกลบอล อินคัม พลัส (SCBGPLUS) และกองทุนเปิดไทยพา ณิชย์ อินคัมพลัส (SCBPLUS) หรือกองทุนที่บริหารโ ดยใช้กลยุทธ์การป้องกันความเสี่ ยง (Hedge Strategy) มาช่วยลดความผันผวนขอ งตลาด ที่เรียกกันว่า “Absolute Return” เช่น กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ สมาร์ท เทรด 555 ฟันด์ เอ เป็นกองทริกเกอร์ที่สามารถสร้ างผลตอบแทนจากการลงทุนในทุ กสภาวะตลาด ไม่ว่าจะเป็นตลาดขาขึ้ น ขาลง หรือ side-way ไม่จำเป็นต้องอาศั ยการจับจังหวะการลงทุน Market Timing แบบกองทริกเกอร์ที่ผ่านม า เนื่องจากใช้ตราสารอนุพันธ์ใ นการบริหารความเสี่ยงจากปัจจัยข องตลาด โดยทริกครั้งแรกเมื่อ 20 มิถุนายน 2559 จากความสำเร็จทำให้มีความต้ องการลงทุนต่อเนื่อง ประกอบกับสภาวะตลาดที่เหมาะสม บ ริษัทฯ จึงเตรียมเสนอขายกองทุนเปิดไทยพ าณิชย์ สมาร์ท เทรด 555 ฟันด์ บี ในวันที่ 2 3-25 สิงหาคม2559 นี้ เพื่อสนอง ความต้องการดังกล่าว
นอกจากนั้น มีการวางกลยุทธ์การลงทุนแบบ “Th ematic Investment” เพื่อหาช่องทางสร้า งผลตอบแทนในหุ้นรายตัวที่เข้ากั บธีมการลงทุนที่วางไว้ เช่น กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ โกลบอล ดิจิตอล (SCBDIGI) กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ ยูเอส สมอลแคป (SCBUSSM) กองทุนเปิดไท ยพาณิชย์ ยุโรป สมอลแคป (SCBEUSM) และกองทุนเปิ ดไทยพาณิชย์ หุ้นโกลบอลเฮลธ์แคร์ (SCBGHC) ซึ่งกองทุนเหล่านี้ บริษัทฯมองว่าเ ป็นธีมการลงทุนที่มีศักยภาพเติบ โตได้ในระยะยาว จึงเป็นแนวทางกา รลงทุนที่จะแนะนำสำหรับช่วงเวลา ที่เหลือของปีนี้ไปจนถึงปีหน้า
นายสมิทธ์กล่าวว่า นอกจากความพย ายามตอบโจทย์นักลงทุนเรื่องกองทุ นแล้ว เรายังคำนึงถึงการดำเนิ นการที่เป็นประโยชน์ด้านอื่นให้ กับนักลงทุนอย่างต่อเนื่อง เช่น บริษัทฯ ได้ดำเนินการขออนุมัติจากผู้ถือ หน่วยลงทุนในการควบรวมกองทุนทั้ งกลุ่มกองทุนหุ้น กองผสม กองทุนที่ลงทุนในต่างประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่มีนโยบายการลงทุนคล้ ายกัน เพื่อทำให้เกิดประสิทธิภาพในการ บริหารจัดการกองทุนที่ดีขึ้นและ ลดค่าใช้จ่ายของกองทุนทำให้ผู้ถื อหน่วยลงทุนได้รับประโยชน์สูงสุ ด โดยขณะนี้ได้รับมติเห็นชอบในก ารควบรวมแล้ว ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการตาม ขั้นตอนการควบรวมกับสำนักงานคณะ กรรมการ กลต. และบริษัทฯยังอยู่ระหว่างดำเนิน การแปลงสภาพกองทุนอสังหาริมทรัพ ย์ (กอง 1) เป็นหน่วยทรัสต์เพื่อการลงทุนใน อสังหาริมทรัพย์ (REITs) ซึ่งถือเป็นกองทุนแรกใน อุตสาหกรรม
ในด้านการให้บริการ บริษัทฯเป็นผู้ริเริ่ม Call back verification ในกระบวนการหลังเสนอขายกองทุนอย่ างต่อเนื่องเพื่อให้มั่นใจว่านั กลงทุนเข้าใจในสิ่งที่ตนลงทุ นอย่างถูกต้องและเหมาะสม ด้วยวิธีการติดต่อสอบถามจากเจ้า หน้าที่ Call center ซึ่งมีใบอนุญาตผู้แนะนำการลงทุน หรือผู้วางแผนการลงทุนและบริษัท ฯ ได้ปรับปรุง Website ใหม่ ให้มีภาพลักษณ์ทันสมัยและอำนวยค วามสะดวกด้านข้อมูล ให้สามารถศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับก ารลงทุนได้ง่ายขึ้น โดยรวบรวมรา ยละเอียดกองทุน การเผยแพร่บทความ เกี่ยวกับ ความรู้เรื่องสภาวะเศรษฐกิจและก ารลงทุน ตลอดจนข่าวสารต่างๆ ให้กับนักลงทุนทราบอย่างต่อเนื่ อง รวมทั้งยังพัฒนาการให้บริการข้อ มูล Private Fund ผ่านทาง Website โดยลูกค้าสามารถเรียกพอร์ตการลง ทุน (Portfolio) หรือรายงานสถานะการลงทุน (Statement) หรืองบการเงินด้วยตนเองได้ รวมทั้งบริษัทฯได้ให้ความสำคัญกับการใ ห้ความรู้แก่ผู้ถือหน่วยโดยตรง โดยตั้งเป้าจัดงานสัมมนาให้ความ รู้ผู้ลงทุนอย่างต่อเนื่องทุกเดื อนอีกด้วย
“ในช่วงเวลาที่เหลือจากนี้จนถึ งสิ้นปีก็ยังถือเป็นเรื่องท้าทา ยที่ทีมงานบลจ.ไทยพาณิชย์ต้องสา นต่อ เพื่อให้เกิดความสำเร็จแบบยั่งยื น เรายังคงมีนโยบายขยายฐานลูกค้าร ายใหม่ผ่านกองทุนรวม กลุ่มลูกค้ารายบุคคลสำหรับกองทุ นส่วนบุคคล รวมทั้งกลุ่มลูกค้าองค์กรสำหรับ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ โดยให้ความสำคัญกับการนำเสนอการ จัด Asset allocation ให้เหมาะสมกับระดับการยอมรับควา มเสี่ยง และผลตอบแทนการลงทุนที่คาดหวังข องนักลงทุนเพื่อให้ได้ประโยชน์ สูงสุด และสามารถขยายเป้าหมายการลงทุนไ ปยังกองทุนที่มีความซับซ้อนมากขึ้ นเพื่อเพิ่มโอกาสให้นักลงทุนได้ รับผลตอบแทนสูงขึ้น รวมถึงการแนะนำ Employee’s choices ให้กับสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชี พ” นายสมิทธ์กล่าว
ทั้งนี้ ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2559 (ณ 30 มิถุนายน 2559) บริษัทหลักทรั พย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด มี AUM รวม 1,291,842 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 128,763 ล้านบาท จากสิ้นปี 2558 อยู่ที่ 1,163,0 79 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโต 11.1% ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ในปี 2559 ทั้งปีที่ 100,000 ล้านบาท โดยธุรกิจกองทุนส่วนบุคคล (Pri vate Fund) มี AUM สูงถึง 310,205 ล้ านบาท เติบโต 26.6% จากสิ้นปี 58 อยู่ ที่ 245,035 ล้านบาท มีส่วนแบ่ งตลาดเพิ่มขึ้นเป็น 44.2% ขณะ ที่ธุรกิจกองทุนรวมมี AUM อยู่ที่ 865,347 ล้านบาท ซึ่งในจำนวนนี้ มีมูลคาของกองทุนรวมอสังหาริ มทรัพย์และโครงสร้างพื้นฐาน 142,468 ล้านบาท ส่วนธุรกิจกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ มี AUM อยู่ที่ 116,290 ล้านบาท (ที่มา : สมาคมบริษัทจัดการลงทุ น)
|






![]() | Today | 1087 |
![]() | All days | 1087 |
Comments