|
SCB ร้องศาลฯจำหน่ายคดีอายัดเงิน"ทักษิณ"
|
|
|
|
|
Friday, 23 April 2010 07:46 |
|
ผู้สื่อข่าวรายงานวานนี้(22เม.ย.53) ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB แจ้งว่า ได้รับหนังสือจากศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และจากกรมบัญชีกลาง เมื่อวันจันทร์ที่ 5 เมษายนที่ผ่านมา ในเรื่องดังกล่าว ธนาคารได้เตรียมเงินไว้พร้อมแล้ว ในการดำเนินการตามคำสั่งศาลและกรมบัญชีกลาง แต่การที่ยังไม่สามารถดำเนินการได้ทันที เนื่องจากเป็นเรื่องใหม่ที่เกิดขึ้นและไม่มีตัวอย่างมาก่อน และในกรณีของธนาคารไทยพาณิชย์มีความซับซ้อนในแง่กฎหมายต่างจากธนาคารอื่น เป็นพิเศษ เนื่องจากบัญชีเงินฝากของบุคคลในครอบครัวชินวัตร ที่ถูกบังคับตามคำพิพากษาของศาลฯ ในส่วนที่อยู่กับธนาคาร ได้ถูกอายัดจากกรมสรรพากรถึง 2 ครั้ง
โดยการสั่งอายัดครั้งที่ 1 เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 30 พฤศิจกายน 2550 ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจาณาของศาลปกครองสูงสุด ส่วนครั้งที่ 2 เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2553 ในการตัดสินคดีอาญาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จึงเกิดประเด็นไม่ชัดเจนทางกฎหมายและข้อปฏิบัติของธนาคาร โดยธนาคารไม่ได้นิ่งนอนใจ เพราะได้มีการประสานงานกับผู้บริการระดับสูงกับกระทรวงการคลังมาโดยตลอด เพื่อส่งเงินได้อย่างถูกต้องตามกฎหายและไม่ล่าช้า ซึ่งธนาคารไทยพาณิชย์ได้ขอให้กระทรวงการคลังถอนอายัดและถอนฟ้องจากศาลปกครอง สูงสุด แต่กระทรวงการคลังยังยืนยันไม่เพิกถอน
ธนาคารไทยพาณิชย์จึงได้ทำคำร้องถึงศาลปกครองสูงสุดให้จำหน่ายคดี กรณีพิพาทกับกรมสรรพากรเกี่ยวกับคำสั่งอายัดของกรมสรรพากร และได้ทำหนังสือถึงศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพื่อขอความชัดเจนในการปฏิบัติการตามคำสั่งศาลให้ถูกต้องตามกฎหมาย เมื่อได้รับคำวินิจฉัยจากศาลปกครองสูงสุดและศาลฎีกาแล้ว ธนาคารจะเร่งโอนเงินให้กระทรวงการคลังในทันที
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วงเงินที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีคำสั่งอายัดเงิน ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งได้ฝากไว้กับธนาคารไทยพาณิชย์ เงินเป็นจำนวนมากที่สุด จากวงเงินคำสั่งยึดทรัพย์ทั้งหมด 46,373 ล้านบาท สำหรับคดีที่กรมสรรพากรอายัดเงินและทรัพย์สินไว้กับธนาคารไทยพาณิชย์เป็น เงินจำนวน 3.6 หมื่นล้านบาท เพื่อรองรับคดีหลีกเลี่ยงภาษีของบุตร พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นเงิน 1.2 หมื่นล้านบาท
|
Comments