|
บล.เกียรตินาคิน : รายงานภาวะตุ้น 30/10/52
|
|
|
|
|
Friday, 30 October 2009 09:40 |
|
บล.เกียรตินาคิน : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 30/10/52
SET วานนี้ปิดลบต่อเนื่อง และทำระดับต่ำสุดในรอบกว่า 7 สัปดาห์ ตามทิศทางตลาดหุ้นภูมิภาค หลังกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจ ด้วยมูลค่าการซื้อขายหนาแน่น SET ปิดลบต่อเนื่อง ตามทิศทางตลาดหุ้นภูมิภาค หลังยังคงมีความกังวลเกี่ยวกับการ ฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐ ทำให้มีแรงเทขายหุ้นออกมาตั้งแต่เปิดตลาดเช้า และต่อเนื่องใน ภาคบ่ายในกลุ่มพลังงาน แบงก์ และอสังหาริมทรัพย์ ส่งผลให้ดัชนีปิดตลาดที่ระดับ 690.10 จุด ลดลง 13.85 จุด (-1.97%) ด้วยมูลค่าการซื้อขายหนาแน่น 21,324.03 ล้านบาท ส่วนนักลงทุน ต่างประเทศยังขายสุทธิจำนวน 2,676.14 ล้านบาท
ตารางแสดงยอดการลงทุนของต่างชาติปี 2552 Jun -09 Jul -09 Aug -09 Sep -09 Oct -09 Total -09 13,835 9,040 2,996 22,994 1,711 56,937 ที่มา : รวบรวมโดย KKS
แนวโน้มตลาดวันนี้ เราคาดการณ์ว่าตลาดหุ้นจะเคลื่อนไหวในช่วง 680-700 จุด เป็นแนวโน้มแกว่งตัวตาม ดาวโจนส์ที่ +199 จุด จะส่งผลให้ตลาดหุ้นไทยวันนี้แกว่งตัวผันผวนในกรอบข้างต้นได้ โดยตลาด มีแรงขายในหุ้นกลุ่มหลักทั้งพลังงานและธนาคารหลังจากไม่ยืนแนว 700 จุดเมื่อวันก่อน ด้านสถาบันขายสุทธิ -1,236 ล้านบาท ต่างชาติขายสุทธิ -2,676 ล้านบาท แสดงถึงตลาดหุ้นจะ เป็นแนวโน้มผันผวน ถ้าตลาดยืนแนว 700 จุดพอซื้อเก็งกำไรระยะสั้นได้ ส่วนการดีดขึ้นไม่เกิน 700 จุด น่าขายหุ้นอยู่ โดยการแกว่งตัวยังเป็นไปในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นเอเชีย และการดีดขึ้นขายแบบ sell on fact หลังจากที่บริษัทต่าง ๆ เริ่มประกาศผลประกอบการออกมายังมีอยู่ต่อเนื่อง สำหรับกลยุทธ์ในภาพรวมในช่วงนี้ ในระยะสั้นตลาดหุ้นยังแกว่งตัวผันผวน ทิศทางยังอิงกับแนว โน้มตลาดหุ้นเอเชีย แนะนำหาจังหวะดีดขึ้นขายที่แนวต้าน 700 จุด ถ้าดีดขึ้นต่ำกว่าแนว 700 จุด น่าขายหุ้น สำหรับสัดส่วนการลงทุนในช่วงนี้ให้เป็นถือหุ้น 25% ถือเงินสด 75%
ปัจจัยที่ส่งผลต่อหุ้นวันนี้ : (+) 1. ตลาดหุ้นสหรัฐ วานนี้ปิดบวก หลังข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐกลับสู่การขยายตัวใน ไตรมาส 3 ที่ระดับ 3.5% สร้างความสดใสให้กับแนวโน้มผลกำไรของภาคธุรกิจ โดยระหว่างวัน ดัชนีปรับตัวลงแตะระดับต่ำสุดของวัน 10.78 จุด จากระดับเปิด และดัชนีปรับตัวขึ้นแตะระดับสูง สุดของวัน 207 จุด จากระดับเปิด ก่อนดัชนีดาวโจนส์ปิดตลาดที่ระดับ 9,962.58 จุด เพิ่มขึ้น 199.89 จุด (+2.05%) ส่วนตลาดหุ้นยุโรปปิดบวกในกรอบ 1.37-1.76% หลังตัวเลขเศรษฐกิจ สหรัฐแสดงให้เห็นว่าสหรัฐออกจากภาวะเศรษฐกิจถดถอยแล้ว (-) 2. นักลงทุนต่างประเทศ วานนี้นักลงทุนต่างประเทศขายสุทธิจำนวน 2,676.14 ล้าน บาท ส่งผลให้ปี 52 นักลงทุนต่างประเทศซื้อสุทธิจำนวน 56,937 ล้านบาท (-) 3. ค่าเงินบาท On shore วานนี้เงินบาทอ่อนค่าและเคลื่อนไหวในกรอบ 33.40- 33.55 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 33.45 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ส่วนเช้านี้เงินบาท เคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 33.43-33.46 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ (-) 4. ค่าเงินเยน เช้านี้เงินเยนเคลื่อนไหวในกรอบแคบ 91.44-91.57 เยนต่อดอลลาร์ สหรัฐ โดยเมื่อวานนี้เงินเยนปิดที่ 91.42 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐ และเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 90.21-91.62 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐ (+) 5. ราคาน้ำมัน วานนี้ปิดบวก หลังตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐเติบโตขึ้นเป็นครั้งแรกใน รอบ 1 ปี กระตุ้นให้เกิดความหวังว่าอุปสงค์น้ำมันจะไต่สูงขึ้น โดยราคาน้ำมันดิบตลาด Nymex ปิดตลาดที่ระดับ 79.87 ดอลลาร์/บาร์เรล เพิ่มขึ้น 2.41 ดอลลาร์ (+3.11%) ส่วนราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับตัวขึ้นและปิดตลาดที่ระดับ 78.04 ดอลลาร์/บาร์เรล เพิ่มขึ้น 2.18 ดอลลาร์ (+2.87%) (+) 6. ราคาทองคำ วานนี้ปิดบวกเป็นวันแรก ซึ่งก่อนหน้านี้ปิดลบ 4 วัน หลังดอลลาร์ร่ วงลง และตลาดหุ้นปรับขึ้นจากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐขยายตัวเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 1 ปี โดย ราคาทองคำที่ตลาด Comex ส่งมอบเดือน ธ.ค. ปิดตลาดที่ระดับ 1,047.10 ดอลลาร์/ออนซ์ เพิ่มขึ้น 16.60 ดอลลาร์ (+1.61%) (+) 7. ค่าระวางเรือ วานนี้ปิดบวกเป็นวันแรก ซึ่งก่อนหน้านี้ปิดลบ 2 วัน โดยปิดที่ 3,013 จุด เพิ่มขึ้น 27 จุด (+0.9%) (-) 8. การเมือง พรุ่งนี้ (31 ต.ค.) กลุ่มเสื้อแดง จะจัดกิจกรรมและชุมนุมลานพระบรมรูป ทรงม้า เพื่อรำลึกถึงคนขับรถแท็กซี่ที่ขับรถพุ่งชนรถถัง เพื่อแสดงการคัดค้านการทำรัฐประหาร ในเหตุการณ์ 19 ก.ย. 49 ก่อนนัดประชุมใหญ่อีกครั้งในช่วงปลายเดือน พ.ย. (+) 9. ธปท. วานนี้ (29 ต.ค.) ธปท. ปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ของไทยปี 52-53 หลังได้ รับปัจจัยหนุนจากเศรษฐกิจโลกที่ขยายตัวดีขึ้น และการใช้จ่ายของภาครัฐ โดยคาดว่า GDP ปี 52 หดตัว 2.5-3.5% จากเดิมคาดหดตัว 3.0-4.5% และได้ปรับเพิ่มประมาณการ GDP ปี 53 เป็นขยายตัว 3.3-5.3% จากเดิมคาดว่าจะขยายตัว 3.0-5.0% แต่อย่างไรก็ตาม ธปท. ยังแสดง ความเป็นห่วงเกี่ยวกับ กรณีการชะลอโครงการลงทุนในพื้นที่มาบตาพุด ซึ่งหากมีการยืดเยื้อออก ไปจนส่งผลให้การลงทุนต้องเลื่อนไปถึง 1 ปี คาดว่าจะส่งผลกระทบให้จีดีพีปี 53 ลดลงไป 0.50% (0) 10. ผลประกอบการไตรมาส 3/52 ติดตามการทยอยประกาศผลประกอบการ ของ บจ. ไตรมาส 3/52
|
Comments