|
บล.กรุงศรีอยุธยา : รายงานภาวะหุ้น 30/10/52
|
|
|
|
|
Friday, 30 October 2009 09:59 |
|
บล.กรุงศรีอยุธยา : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 30/10/52
Market Recap and Trend: Rebound ตามตลาดหุ้นต่างประเทศ โดยมีแนวต้าน ทางเทคนิคที่ 700-703 จุด SET ปรับลดลงตั้งแต่เปิดตลาด และปิดตลาดที่ 690.10 จุด ปรับลดลง 1.97% นำโดยหุ้นกลุ่มพลังงาน และธนาคาร ด้วยมูลค่าการซื้อขายหนาแน่น 21,215 ล้านบาท โดยนักลงทุนต่างชาติขายหุ้นสุทธิต่อเนื่อง 2,676 ล้านบาท สำหรับแนว โน้ม SET วันนี้ คาดว่าจะ Rebound ไปที่แนวต้านทางเทคนิค 700-703 จุด โดยได้รับ ปัจจัยหนุนจากการปรับสูงขึ้นของตลาดหุ้นทั่วโลก และราคาน้ำมัน ทั้งนี้ตลาดหุ้น Dow Jones ปรับสูงขึ้น 2.05% หลังจากตัวเลข GDP ขยายตัว 3.5% จาก 2Q09 มากกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ และเป็นสาเหตุที่ทำให้ราคาน้ำมันปรับสูงขึ้นแรง 3.11% ปิดตลาดที่ US$79.87/บาร์เรล ขณะที่ปัจจัยภายในประเทศล่าสุด ธปท.มีการ ปรับประมาณการอัตราการขยายตัวเศรษฐกิจปี 52 เป็นหดตัวลง 2.5-3.5% (เดิมคาด หดตัว 3.0-4.5%) และปี 53 ขยายตัว 3.3-5.3% (เดิมคาดขยายตัว 3.0-5.0%) ขณะที่ วันนี้จะมีการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจเดือน ก.ย.ซึ่งคาดว่าจะแสดงให้เห็นถึง การฟื้นตัวต่อเนื่อง
Investment Strategy: แม้จะคาดหวังการ Rebound แต่มองเป็นเพียงโอกาส ในการเข้า TRADING ระยะสั้นๆ เท่านั้น SET ปรับลดลงต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงต้นสัปดาห์ก่อนจากระดับ 740 จุด มาที่ 690 จุด ในปัจจุบันหรือปรับลดลงแล้ว 6.7% ภายในระยะเวลา 1 สัปดาห์ ทำให้ SET อยู่ในโซน “Oversold” โดยเราคาดว่า SET จะเริ่มมีการ Rebound บ้างในระยะสั้นๆ หลังปรับลดลงแรง โดยมีระยะการ Rebound ที่ 700-715 จุด อย่างไรก็ตาม เราแนะนำเพียงแค่ TRADING ในรอบการ Rebound เท่านั้น เนื่องจากมองว่า SET ยังมีความเสี่ยงจากการพักฐานไปที่ระดับ 660-680 จุด ในระยะสัปดาห์เหมือนเดิม... ทั้งนี้เราคงแนะนำนักลงทุนถือหุ้นในสัดส่วน 60% ของพอร์ตต่อเนื่อง และรอยืนยัน การเพิ่มพอร์ตอีกครั้ง เมื่อ SET ปรับลดลงไปที่เป้าหมายการพักฐาน 660-680 จุด
Top Picks PTT PTTEP BANPU TOP PTTAR BBL KBANK SCB KTB TISCO DCC SCC LH QH AP PS SPALI KSL CPF TUF CPALL KH AOT GLOW STANLY TTA
Futures Strategy: แนะนำถือสถานะ SHORT ต่อเนื่อง โดยเลื่อนจุด Trailing Stop ลงมาที่ 490-494 จุด AUTO: เพิ่ม RATCH, และ BH เข้ามาในกลุ่มหุ้น Top Picks
ตลาดต่างประเทศ และประเด็นสำคัญที่เกิดขึ้นในตลาดโลก ตลาดหุ้นสหรัฐ ปิดเพิ่มขึ้น ดัชนีดาวโจนส์ปิดเพิ่มขึ้น 2.05% เช่นเดียวกับ ดัชนี S&P500 ปิดเพิ่มขึ้น 2.25% หลังกระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยตัวเลข ประมาณการครั้งแรกของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ขยายตัว 3.5% ในไตรมาส 3 ซึ่งเป็นอัตราการขยายตัวสูงสุดนับตั้งแต่ไตรมาส 3 ของปี 2007 หลังหด ตัวลง 0.7% ในไตรมาส 2 ทั้งนี้นักลงทุนมองว่าข้อมูลที่บ่งชี้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐกลับสู่ การขยายตัวในไตรมาส 3 นั้น จะสร้างความสดใสให้กับแนวโน้มผลกำไรของ ภาคธุรกิจ ราคาน้ำมันดิบ NYMEX ปิดเพิ่มขึ้น ราคาน้ำมันดิบ NYMEX ส่งมอบเดือน ธ.ค. ปิดเพิ่มขึ้น 2.41 ดอลลาร์ หรือ 3.11% เป็น 79.87 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล โดยได้รับ แรงหนุนจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่แสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจเติบโตขึ้นในไตรมาส 3 เป็นครั้งแรกในรอบ 1 ปี ซึ่งกระตุ้นให้เกิดความหวังว่าอุปสงค์น้ำมันจะปรับสูงขึ้น ดอลลาร์อ่อนค่า เมื่อเทียบกับยูโร และเยน ดอลลาร์ร่วงลง หลังข้อมูลของ รัฐบาลบ่งชี้ว่า เศรษฐกิจสหรัฐขยายตัวในไตรมาส 3 เป็นครั้งแรกในรอบกว่า 1 ปี ซึ่ง ลดความน่าดึงดูดใจ ของดอลลาร์ในฐานะแหล่งลงทุนที่ปลอดภัย ทั้งนี้จีดีพีที่แข็ง แกร่งหนุนความเชื่อมั่นเกี่ยวกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ซึ่งกระตุ้นการทะยานขึ้น ในตลาดหุ้นวอลล์สตรีท และกระตุ้นให้เทรดเดอร์เข้าซื้อสกุล เงินที่ให้ผลตอบแทนสูง นอกจากนี้ข้อมูลผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานในสหรัฐที่ลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 7 เดือน ยังช่วยหนุนความต้องการเสี่ยงของนักลงทุนด้วย ดัชนีค่าระวางเรือเทกองปิดเพิ่มขึ้น 27 จุด อยู่ที่ 3,013 จุด เริ่มกลับมาสต็อก วัตถุดิบตามฤดูกาล จะผลักดันให้ค่าระวางเรือมีทิศทางขาขึ้นอีกครั้งหนึ่งไปจนถึง ปลายปีนี้
|
Comments