|
บล.เกียรตินาคิน : รายงานภาวะหุ้น 03/11/52
|
|
|
|
|
Tuesday, 03 November 2009 09:25 |
|
บล.เกียรตินาคิน : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 03/11/52
SET วานนี้ปิดลบต่อเนื่อง ตามทิศทางตลาดหุ้นภูมิภาค หลังมีแรงเทขายในหุ้นกลุ่มพลังงานและ อสังหาริมทรัพย์ ด้วยมูลค่าการซื้อขายหนาแน่นปานกลาง SET ปิดลบตามทิศทางตลาดหุ้นภูมิภาค โดยช่วงเช้าดัชนีปรับตัวลงแรงตั้งแต่เปิดตลาด จากแรงเทขายหุ้น แต่ในภาคบ่ายดัชนีสามารถดีดกลับขึ้นมาได้ จากแรงซื้อหุ้นในกลุ่มแบงก์ ในขณะที่ยังมีแรงขายหุ้นในกลุ่มพลังงาน และอสังหาริมทรัพย์ ส่งผลให้ดัชนีปิดตลาดที่ระดับ 677.22 จุด ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของวัน ลดลง 8.02 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายหนาแน่นปานกลาง 20,208.23 ล้านบาท ส่วนนักลงทุนต่างประเทศยังขายสุทธิจำนวน 2,031.49 ล้านบาท
ตารางแสดงยอดการลงทุนของต่างชาติปี 2552 Jul -09 Aug -09 Sep -09 Oct -09 Nov -09 Total -09 9,040 2,996 22,994 654 -2,031 53,849 ที่มา : รวบรวมโดย KKS
แนวโน้มตลาดวันนี้ เราคาดการณ์ว่าตลาดหุ้นจะเคลื่อนไหวในช่วง 670-682 จุด เป็นแนวโน้มแกว่งตัวตาม ดาวโจนส์ที่ +76 จุด จะส่งผลให้ตลาดหุ้นไทยวันนี้แกว่งตัวผันผวนในกรอบข้างต้นได้ โดยตลาดมี แรงซื้อขายผันผวนในหุ้นกลุ่มหลักทั้งพลังงานและธนาคารซึ่งยังเป็นกลุ่มนำตลาดอยู่ ด้านสถาบันขายสุทธิ -1,661 ล้านบาท ต่างชาติขายสุทธิ -2,031 ล้านบาท แสดงถึง ตลาดหุ้นจะเป็นแนวโน้มผันผวนมีน้ำหนักทางลงอยู่ ถ้าตลาดยืนแนว 690 จุด จึงจะซื้อเก็งกำไร ระยะสั้นได้ ส่วนการเคลื่อนไหวที่ยังต่ำกว่าแนว 685 จุด ยังน่าขายหุ้นอยู่ การแกว่งตัวยังเป็นไปในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นเอเชีย ที่เป็นการแกว่งตัวปรับฐาน สำหรับกลยุทธ์ในภาพรวมในช่วงนี้ ในระยะสั้นตลาดหุ้นยังแกว่งตัวผันผวน ทิศทางยังอิง กับแนวโน้มตลาดหุ้นเอเชีย แนะนำหาจังหวะดีดขึ้นขายที่แนวต้าน 680-685 จุด แล้วรอดูแนวรับ ที่ 660, 650 จุด กรณียืนเหนือแนว 690 จุดจึงจะน่าซื้อเก็งกำไร สำหรับสัดส่วนการลงทุนในช่วงนี้ให้เป็นถือหุ้น 25% ถือเงินสด 75%
ปัจจัยที่ส่งผลต่อหุ้นวันนี้ : (+) 1. ตลาดหุ้นสหรัฐ วานนี้ปิดบวก หลังการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง โดย ระหว่างวันดัชนีปรับตัวลงแตะระดับต่ำสุดของวัน 33.18 จุด จากระดับเปิด และดัชนีปรับตัวขึ้น แตะระดับสูงสุดของวัน 146.46 จุด จากระดับเปิด ก่อนดัชนีดาวโจนส์ปิดตลาดที่ระดับ 9,789.44 จุด เพิ่มขึ้น 76.71 จุด (+0.79%) ส่วนตลาดหุ้นยุโรปปิดบวกในกรอบ 0.29-0.88% หลังได้รับแรงหนุนจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ ทำให้หุ้นกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์และธนาคารปรับขึ้น อย่างแข็งแกร่ง วันที่ 3-4 พ.ย. ติดตามการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เกี่ยวกับการกำหนด ทิศทางอัตราดอกเบี้ย ซึ่งทาง KKS คาดว่าเฟดจะยังคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิม 0-0.25% (-) 2. นักลงทุนต่างประเทศ วานนี้นักลงทุนต่างประเทศขายสุทธิจำนวน 2,031.49 ล้าน บาท ส่งผลให้ปี 52 นักลงทุนต่างประเทศซื้อสุทธิจำนวน 53,849 ล้านบาท (+) 3. ค่าเงินบาท On shore วานนี้เงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ 33.36-33.52 บาท/ ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 33.42 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ส่วนเช้านี้เงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ ในกรอบ 33.40-33.45 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ (-) 4. ค่าเงินเยน เช้านี้เงินเยนเคลื่อนไหวในกรอบแคบ 90.20-90.43 เยนต่อดอลลาร์ สหรัฐ โดยเมื่อวานนี้เงินเยนปิดที่ 90.32 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐ และเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 89.20-90.69 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐ (+) 5. ราคาน้ำมัน วานนี้ปิดบวก หลังตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐออกมาดี แสดงให้เห็นว่า เศรษฐกิจสหรัฐฟื้นตัวจากภาวะถดถอย โดยราคาน้ำมันดิบตลาด Nymex ปิดตลาดที่ระดับ 78.13 ดอลลาร์/บาร์เรล เพิ่มขึ้น 1.13 ดอลลาร์ (+1.47%) ส่วนราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับตัวขึ้น และปิดตลาดที่ระดับ 76.55 ดอลลาร์/บาร์เรล เพิ่มขึ้น 1.35 ดอลลาร์ (+1.8%) (+) 6. ราคาทองคำ วานนี้ปิดบวก หลังดอลลาร์อ่อนค่าเมื่อเทียบกับยูโร โดยราคาทองคำที่ ตลาด Comex ส่งมอบเดือน ธ.ค. ปิดตลาดที่ระดับ 1,054.00 ดอลลาร์/ออนซ์ เพิ่มขึ้น 13.60 ดอลลาร์ (+1.31%) (+) 7. ค่าระวางเรือ วานนี้ปิดบวกวันที่ 3 โดยปิดที่ 3,185 จุด เพิ่มขึ้น 82 จุด (+2.64%) (-) 8. มาบตาพุด วานนี้ (2 พ.ย.52).ศาลปกครองสูงสุดนัดไต่สวนกรณีศาลปกครองกลาง สั่งระงับโครงการ 76 โครงการในพื้นที่มาบตาพุด จ.ระยอง และจะทำการนัดไต่สวนอีกครั้งในวัน ที่ 12 พ.ย. เนื่องจากยังคงเหลือการไต่ส่วนผู้ถูกฟ้องอีกกว่า 10 ราย (+) 9. เศรษฐกิจ วานนี้ (2 พ.ย.) นายกรัฐมนตรี คาดว่า GDP ของไทยปี 53 จะขยายตัว 3% หลังขณะนี้เศรษฐกิจไทยผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว ตามภาวะการจ้างงาน การส่งออก และการท่อง เที่ยวที่ดีขึ้น (+) 10. ผลประกอบการไตรมาส 3/52 ติดตามการทยอยประกาศผลประกอบการของ บจ. ไตรมาส 3/52 โดย ADVANC ประกาศ 6 พ.ย. QH ประกาศ 10 พ.ย. และ AP ประกาศ 12 พ.ย. (+) 11. เงินเฟ้อ วานนี้ (2 พ.ย.) กระทรวงพาณิชย์แถลงตัวเลขเงินเฟ้อเดือน ต.ค. 52 โดยดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (CPI) อยู่ที่ 105.5 เพิ่มขึ้น 0.4% YOY ซึ่งเป็นการปรับขึ้นครั้ง แรกในปีนี้ เป็นผลมาจากสินค้าหมวดอาหารและเครื่องดื่มที่สูงขึ้น และการจ้างงานที่ดีขึ้น ทำให้มี การใช้จ่ายมากขึ้นตามไปด้วย ส่วนดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (Core CPI) อยู่ที่ 102.7 ลดลง 0.1% YOY ทั้งนี้ CPI ช่วง 10 เดือนแรกปี 52 เฉลี่ยลดลง 1.5% และ Core CPI เฉลี่ยเพิ่ม ขึ้น 0.3%
|
Comments