|
บล.ฟินันเซีย ไซรัส : รายงานภาวะหุ้น 03/11/52
|
|
|
|
|
Tuesday, 03 November 2009 09:38 |
|
บล.ฟินันเซีย ไซรัส : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 03/11/52
เลือกหุ้นเข้าเทรดดิ้งได้ แต่เป็นเพียงรอบรีบาวด์สั้นๆ ก่อนลงต่อ!! กลยุทธ์วันนี้ เนื่องจากเริ่มมีแรงซื้อกลับเข้ามาในตลาดหุ้นไทยพอควรในช่วงบ่ายวานนี้ ขณะที่เช้านี้ตลาดหุ้นสหรัฐและยุโรปเริ่มพลิกกลับมาเป็นบวกจากตัวเลขภาคการผลิตและยอดทำ สัญญาซื้อบ้านที่รอปิดการขายที่แข็งแกร่งเกินคาด และตลาดหุ้นในภูมิภาคก็สามารถเปิดทำการ ด้วยการบวกขึ้นในหลายประเทศ ทำให้เราคาดว่า SET จะมีรอบรีบาวด์ขึ้นสั้นๆ ให้ทำกำไรตาม รอบได้ จึงแนะนำให้เข้าเทรดดิ้งเล่นรอบได้แต่ยังต้องจำกัดพอร์ต และเน้นขายเมื่อตลาดขยับขึ้น ด้วย เนื่องจาก FSS ยังคาดหมายว่า SET จะยังปรับตัวลงไปที่บริเวณ 650 จุด +/- ได้อยู่ โดยหุ้น ที่แนะนำเทรดดิ้งในช่วงนี้ได้แก่ กลุ่มแบงก์ (SCB, KBANK, BAY) , กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ (DELTA, HANA, KCE, SVI) , กลุ่มที่ดิน (QH, AP) , กลุ่มสื่อสาร (ADVANC, DTAC) , กลุ่มก่อสร้างขนาดใหญ่(ITD) และกลุ่มอื่นๆ เช่น TASCO, TRT เป็นต้น
ประเด็นสำคัญต่างประเทศ เมื่อคืนนี้ตัวเลขเศรษฐกิจ (การผลิต การก่อสร้าง และตลาดที่อยู่อาศัย) ออกมาดีขึ้นและ ดีกว่าตลาดคาดผลักดันให้ Dow Jones ดีดตัวขึ้นกว่า 100 จุดแต่ช่วงท้ายตลาดก็มีแรงขายใน กลุ่มแบงก์หลังจากมีรายงานจาก Fed ว่าแบงก์มีความเสี่ยงสูงที่จะมีส่วนสูญเสียจากสินเชื่อที่ ปล่อยให้ภาคอสังหาฯ เพิ่มขึ้น สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจที่รายงานเมื่อคืน คือดัชนี ISM ภาคการ ผลิตเดือน ต.ค. ดีกว่าตลาดคาด และเป็นการเพิ่มขึ้นต่อต่อกันเป็นเดือนที่ 3 มาอยู่ที่ 55.7 (ตลาด คาดเพียง 53 จุด) ซึ่งเป็นระดับที่สูงสุดนับตั้งแต่เดือน เม.ย. 2549 นอกจากนี้ ยอดทำสัญญาขาย บ้านที่รอปิดการขาย (Pending home sales) ก็เพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่ 8 โดย +6.1% M-M ในเดือน ก.ย. เนื่องจากผู้ซื้อบ้านใหม่รีบตัดสินใจซื้อบ้านเพื่อใช้ประโยชน์จากมาตรการลด หย่อนภาษีที่รัฐบาลให้ ก่อนจะหมดอายุโครงการในเดือนนี้ นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายด้านการก่อสร้าง เดือน ก.ย. ก็เพิ่มขึ้น 0.8% ดีกว่าที่คาดว่าจะลดลง 0.2% บรรยากาศที่ผ่อนคลายของตลาดหุ้นทำให้ VIX ลดลงเล็กน้อย 3% เป็น 29.78 จุดจาก วันก่อน 39.69 จุด ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์กลับมาอ่อนค่าเล็กน้อยหลังรายงานข้อมูลเศรษฐกิจดีขึ้น ซึ่งทำให้นักลงทุนกล้าถือสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น Dollar index ปรับลงเล็กน้อย 0.1% มาอยู่ที่ 76.23 ส่งผลให้ราคาน้ำมันฟื้นตัวขึ้น 1.5% หรือ US$1.13 มาปิดตลาดที่ US$78.13 ส่วน ราคาทองบวก US$13.6 ปิดที่ US$1,054 ค่าระวางเรือ (BDI) เพิ่มขึ้น 82 จุด ปิดที่ 3,185 จุด
ประเด็นสำคัญในประเทศ คดีมาบตาพุด ศาลปกครองสูงสุดขยายเวลายื่นชี้แจงอุทธรณ์คำสั่งคุ้มครองชั่วคราวที่ ศาลปกครองกลางระงับการดำเนินกิจการของ 76 โครงการในมาบตาพุดออกไปถึงวันที่ 12 พ.ย. TTW: รายงานกำไรสุทธิดีกว่าตลาดคาดประมาณ 3% - 6% โดยมีกำไรสุทธิ 484.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 21.8% Q-Q และ 33.9% Y-Y จากรายได้ที่เพิ่มและค่าใช้จ่ายลดต่ำกว่าคาด แนว โน้มกำไรในไตรมาส 4/52 จะชะลอลงประมาณ 15% - 18% เพราะมีค่าปรับในการคืนหนี้ก่อน กำหนด 60 ล้านบาท ยังคงแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 5.60 บาท KBANK: การประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวานนี้ (2 พ.ย.09) KBANK แสดงเป้าหมายราย ได้ในปี 2553 ที่ค่อนข้างท้าทาย อย่างไรก็ตามอยู่ในวิสัยที่น่าจะทำได้ และโดยรวมใกล้เคียงกับที่ เราคาดการณ์ไว้ก่อนหน้า เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเหมาะสมปี 2553 เป็น 109 บาท CPALL: คาดกำไรสุทธิในไตรมาส 3/52 ลดลง 9.1 % Q-Q จากผลของฤดูกาลเนื่อง จากเข้าสู่หน้าฝนผู้บริโภคจึงมาใช้บริการลดลงถ้าเทียบกับไตรมาสก่อน แต่เพิ่มขึ้น 37.4% Y-Y
Technical View : “ดัชนีหลุด 670 จุดเล็กน้อย แต่ก็ยังมีแรงซื้อเข้ามาช่วยผลักดันให้ ดีดกลับขึ้นมาได้ ทำให้ยังลุ้นตลาดปิดวันเป็นบวกได้สัก 1-2 วัน...แต่สุดท้ายยังต้องไหลลงต่อ...ดัง นั้นตลาดขึ้นต้องขายด้วย!?” แนวรับ : 670-667** , 660*** แนวต้าน : 680-685** , 690-700***
Technical Picks: AP (Bt 5.45 เป้าเทคนิค 5.80-6 cut loss ถ้าหลุด 5.30) LH (Bt 5.60 เป้าเทคนิค 5.80-6.10 cut loss ถ้าหลุด 5.35) ITD (Bt 3.14 เป้าเทคนิค 3.30 cut loss ถ้าหลุด 3.08)
|
Comments