|
บล.ทรีนีตี้ : รายงานภาวะหุ้น 15/12/52
|
|
|
|
|
Tuesday, 15 December 2009 10:17 |
|
บล.ทรีนีตี้ : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 15/12/52
เชื่อขึ้นต่อเพราะ Fund Flow กระแสบวกเรื่องการอัดฉีดเงินช่วยเหลือดูไบ ประกอบกับคาดการณ์เฟดคงอัตราดอกเบี้ย ต่ำต่อไปอีกนานพอควร น่าจะเป็นตัวเร่งกระแสให้เกิด Fund Flow เข้าตลาดหุ้นอีกรอบหลัง 15 ธ.ค.นี้ เราแนะนำเข้าซื้อในตลาดหุ้นอีกระลอก ตัวเด่นน่าสนใจสำหรับเก็งกำไรรอบสั้นคือ PTTCH (ราคาเป้าหมาย 77 บาท) และ KSL ซึ่งคาดว่าได้ผลบวกจากการขาดแคลนน้ำตาลในปี 2553 (ราคาเป้าหมาย 17.50 บาท) นอกจากนี้ เราเห็นว่าน่าจะเริ่มมองหุ้นที่ปลอดภัยให้ปันผล สูงเช่น BCP ด้วยคาดครึ่งปีหลังจ่ายปันผลอย่างน้อย 1 บาท (ราคาเป้าหมาย 17.60 บาท) ภาพตลาดวันนี้: กลับเข้าลงทุนรอบใหม่ คาดกลุ่มพลังงาน และอิเล็คทรอนิกส์ น่าจะเป็น ส่วนสำคัญพาตลาดขึ้นได้ด้วย กรอบวันนี้ แนวรับ 700 แนวต้าน 714
ปัจจัยวันนี้ ( + ) ตลาดหุ้นทั่วโลก: ปรับตัวขึ้น หลังประกาศการอัดฉีดเงิน 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ ของอาบูดาบีเพื่อช่วยดูไบหลีกเลี่ยงการผิดนัดชำระหนี้ ข่าวดังกล่าวช่วยลดความตึงเครียดต่อ ธนาคารยุโรปและเพิ่มความเชื่อมั่นในระบบการเงินโดยทั่วไป ส่วนตลาดสหรัฐฯ มีข่าวดีเพิ่มเข้า มาเรื่องข้อตกลงเทคโอเวอร์ของบริษัทเอ็กซอน โมบิล คอร์ป เพื่อซื้อบริษัทเอ็กซ์ทีโอเอ็นเนอร์จี อิงค์ เป็นมูลค่าราว 3 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มความเชื่อมั่นเกี่ยวกับการควบรวมกิจการ รวม ถึงแผนของซิตี้กรุ๊ปที่จะชำระเงินช่วยเหลือของรัฐบาลสหรัฐฯ ราว 2 หมื่นล้านเหรียญฯ ช่วยหนุน บรรยากาศตลาดด้วยหลังจากที่แบงก์ ออฟ อเมริกาชำระคืนเงินช่วยเหลือเต็มจำนวน 4.5 หมื่น ล้านเหรียญสหรัฐฯ ให้กับรัฐบาลไปก่อนหน้านี้ ( + ) การประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟดในวันที่ 15-16 ธ.ค.นี้ คาดการณ์ว่าเฟด จะยังไม่เปลี่ยนแปลงนโยบายหรือยกเลิกมาตรการผ่อนคลายทางการเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับต่ำ 0-0.25% ต่อไปอีกนาน โดยคาดว่าหากเศรษฐกิจสหรัฐฯ สามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง อาจปรับขึ้นดอกเบี้ยประมาณไตรมาส 3/53 และ ณ สิ้นปี 2553 ดอกเบี้ยคงอยู่ที่สูงเพียง 1.5% และปีถัดไปที่ 2.0% กล่าวคืออย่างน้อยต้องรอตัวเลข GDP ปี หน้าออกผลมาก่อน 2 ไตรมาสติดต่อกัน จึงคาดได้ว่าดอกเบี้ยสหรัฐฯ จะปรับขึ้นหรือไม่ ( 0 ) มาบตาพุด: นายอานันท์ ปันยารชุน ประธานคณะกรรมการ 4 ฝ่ายเพื่อแก้ปัญหาใน พื้นที่มาบตาพุด เปิดเผยว่าจะมีการวางกรอบให้ผู้ประกอบการดำเนินการตามมาตรา 67 วรรค 2 รธน.ปี 2550 ขณะนี้กำหนดคำจำกัดความต่างๆ ของ EIA และ HIA และเริ่มฟังความคิดเห็น ของ EIA และ HIA มีความคืบหน้าไป 100% และ 60% ตามลำดับ คาดว่าจะทำบทเฉพาะกาล แล้วเสร็จภายใน 1-2 เดือน ซึ่งเราเชื่อว่ายังอยู่ในกรอบเวลาที่คาดไว้คือราว 6 เดือน ขณะนี้ทาง ด้านผู้ประกอบการ คือ PTT และ PTTCH ซึ่งมีโครงการติดปัญหาคือโรงแยกก๊าซ 6 ได้ ก่อสร้างแล้วเสร็จ จะเตรียม Test Run รอบแรก 20 ธ.ค.นี้ หากไม่ติดปัญหาเรื่องคำสั่งศาล จะ ผลิตเชิงพาณิชย์ได้ปลายไตรมาส 1/53 ซึ่งโครงการเอทีลีน 1 ล้านตัน ของ PTTCH ไม่อยู่ใน 65 โครงการที่มีปัญหา พร้อมนำก๊าซจากโรงแยกก๊าซ 2 และ 3 มาเป็น Feedstock ทำการผลิต ได้ในระยะเริ่มต้น ผลกระทบกับ PTTCH น้อยหากไม่ยืดเยื้อนาน ( 0 ) การเมือง: ข่าวจากหนังสือพิมพ์มติชน เผยว่าศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรง ตำแหน่งทางการเมืองเตรียมอ่านคำพิพากษาคดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านบาท พ.ต.ท.ทักษิณวันที่ 6 ม.ค.53 นี้
|
Comments