|
บล.ฟินันเซีย ไซรัส : รายงานภาวะหุ้น06/01/53
|
|
|
|
|
Wednesday, 06 January 2010 09:34 |
|
บล.ฟินันเซีย ไซรัส : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 06/01/53
SET อยู่ในช่วงลุ้นแกว่งตัวขึ้นต่อเนื่อง..ให้แบ่งส่วนทำกำไรบ้าง!! ตลาดหุ้นสหรัฐคืนวานนี้แม้จะปิดเป็นลบแต่ก็ลดลงเพียงเล็กน้อย ซึ่งคาดว่าน่าจะมาจาก แรงขายทำกำไรระยะสั้นเท่านั้น เพราะตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐที่ประกาศเมื่อวานนี้ส่วนใหญ่ยัง ออกมาดีเกินคาดและช่วยสนับสนุนแนวคิดเรื่องการฟื้นตัวของเศรษฐกิจต่อเนื่อง ซึ่งนักลงทุนก็ คลายความกังวลลงไปมากสังเกตได้จากตัวเลข VIX Index ก็เริ่มลงมาเคลื่อนไหวต่ำกว่าระดับ 20 แล้ว ดังนั้น FSS จึงยังคาดหมายการขยับขึ้นของ SET ต่อเนื่อง โดยยังสามารถลุ้นเป้าหมาย ที่บริเวณ 760 จุดหรือสูงกว่าได้ อย่างไรก็ตามการขยับขึ้นของตลาดในช่วงนี้เราแนะนำให้ทยอย ทำกำไรบางส่วนด้วย เพราะอาจจะต้องระวังการแข็งค่าของเงินดอลลาร์ในระยะสั้นกันอีกครั้งจาก ตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐในช่วงท้ายสัปดาห์นี้ รวมถึงแรงกดดันจากประเด็นการเมืองใน ประเทศ ที่เริ่มเข้มข้นมากขึ้นในช่วงนี้ ซึ่ง FSS เองก็คาดว่าตลาดหุ้นไทยมีโอกาสที่จะแกว่งพัก ฐานลงในช่วง 2Q10 – 3Q10 ได้ จังหวะกลับเข้าซื้อรอบใหม่จึงสามารถรอช่วงถัดไปได้
ประเด็นสำคัญวันนี้ Dow Jones ลดลงเล็กน้อย 12 จุดแต่ S&P500 และ Nasdaq บวก โดยหุ้นกลุ่มที่ฉุด ตลาดลงได้แก่กลุ่ม Consumer staples, Health care และ Utilities ขณะที่กลุ่ม Financials, consumer discretionary และ Energy บวก สำหรับ S&P500 และ Nasdaq ที่บวกเพราะ Ford รายงานยอดขายรถเดือน ธ.ค. เพิ่ม 23% ดีกว่าตลาดคาดเกือบ 3 เท่า สำหรับรายงานเศรษฐกิจเมื่อคืนออกมา mix มีทั้งดีและแย่ โดยสัญญาซื้อบ้านที่รอปิดการขาย (Pending home sales) เดือน พ.ย. ลดลงมากกว่าคาดมาก โดยลดลงถึง 16% M-M (แต่ยัง เพิ่มขึ้น 15% Y-Y ซึ่งถือว่าไม่ได้เลวร้ายสำหรับตลาดมากนัก) หลังจากที่ปรับขึ้นติดต่อกันมา 9 เดือน เพราะสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่รัฐบาลให้สำหรับผู้ซื้อบ้านหลังแรก US$8,000 หมดอายุลง เดือน พ.ย. ก่อนที่รัฐบาลจะต่ออายุใหม่จนถึงกลางปี 2010 ดังนั้น คาดว่า Pending home sales ที่ลดลงในเดือนนี้จะเป็นเหตุการณ์ชั่วคราว และจะกลับมาดีขึ้นตลอดช่วง 3 – 4 เดือนข้าง หน้า (ผู้ที่จะใช้สิทธิดังกล่าวต้องซื้อบ้านภายในไม่เกินเดือน เม.ย. นี้) แต่สำหรับยอดคำสั่งซื้อของ โรงงาน (Factory Orders) เดือน พ.ย. ดีกว่าคาด โดยเพิ่ม 1.1% M-M สะท้อนให้เห็นถึงความ ต้องการที่เพิ่มขึ้นในหลายอุตสาหกรรม เช่นเหล็ก เครื่องจักร คอมพิวเตอร์ และผลิตภัณฑ์เคมี ดอลลาร์อ่อนค่าต่อเนื่อง ยังเป็นปัจจัยสนับสนุนราคาโภคภัณฑ์ต่อ โดยน้ำมันปิดเหนือ US$81 และทองถูกขายทำกำไรในช่วงปลายตลาดทำให้ปิดทรงๆ ที่ US$1,119 ตัวเลข เศรษฐกิจที่อาจทำให้ดอลลาร์กลับมาแข็งค่าในระยะสั้น อยู่ที่การจ้างงานนอกภาคเกษตรและ อัตราการว่างงานเดือน ธ.ค. ซึ่งจะประกาศวันศุกร์นี้ BDI ปรับขึ้น130 จุด มาปิดที่ 3,270 จุด ในระยะสั้นยังมีแนวโน้มขึ้นต่อตามโภคภัณฑ์ อื่น ตลาดกังวลกับ Basel III มากเกินไป เป็นโอกาสในการซื้อ ราคาหุ้น TCAP วานนี้ที่ ปรับลงแรง และอาจมีส่วนฉุดให้แบงก์อื่นปรับลงมาด้วย น่าจะเป็นผลมาจากความกังวลเรื่องการ ใช้ Basel ซึ่งเป็นข้อบังคับที่เข้มงวดมากขึ้นสำหรับแบงก์ เช่นการคำนวณเงินกองทุนขั้นที่ 1 คิด เฉพาะหุ้นสามัญและกำไรสะสม (ไม่นับรวม Hybrid capital, Goodwill, Minority interests, Deferred Tax Assets เป็นต้น) หากมีการใช้จริง Tier 1 Ratio ของธนาคารส่วนใหญ่สูงพอที่ จะรองรับผลกระทบได้ (Tier 1 เฉลี่ยอยู่ที่ 11.8%) ยกเว้น TCAP ที่อาจจะได้รับผลกระทบมาก ที่สุดจากกฏเกณฑ์เรื่องเงินกองทุนใหม่ของ New Basel นอกจากนี้ KTB, TMB และ SCIB ก็ ได้รับผลกระทบเช่นกันแต่ไม่มากเท่า TCAP อย่างไรก็ตาม เราเห็นว่าตลาดกังวลเร็วเกินไปกับ Basel (อาจเป็น Basel III) เพราะขณะนี้อยู่ในระหว่างการเสนอร่างและขอความเห็นจาก ธนาคารที่เป็นสมาชิกเกี่ยวกับผลกระทบ หากจะใช้จริง จะเริ่มปลายปี 2012 และกฎเกณฑ์ก็อาจ ผ่อนคลายได้ ดังนั้น ราคาหุ้นกลุ่มแบงก์ที่ปรับลงจึงเป็นโอกาสในการซื้อ อย่างน้อยในระยะสั้นมี ประเด็นผลประกอบการ 4Q09 ที่จะประกาศประมาณ 21 ม.ค. นี้ จากสถิติในอดีตราคาหุ้นกลุ่ม แบงก์มักมีการเก็งกำไรประมาณ 1 - 2 สัปดาห์ (และหุ้นมักขึ้นโดยเฉลี่ย ~3%) ก่อนประกาศงบ แต่ละงวด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง TCAP ยังมีประเด็นบวกจากกรณีซื้อ SCIB (จะประกาศผลวันที่ 25 ม.ค. นี้) เราจึงยังคงแนะนำซื้อ TCAP ส่วนแบงก์ใหญ่ที่เป็น Top Picks ยังคงเป็น KBANK, SCB และ BAY การเมืองเข้มข้น กลุ่มเสื้อแดงยืนยันชุมนุมวันที่ 11 ม.ค. ที่เขายายเที่ยง และนัด ประชุม 15 ม.ค. เพื่อกำหนดวันชุมนุมใหญ่ในกรุงเทพขั้นแตกหัก นอกจากนี้ วันที่ 14 ม.ค. ศาลฯ นัดไต่สวนพยานนัดสุดท้ายในคดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านบาทของทักษิณ ตามมาด้วยคดีเงิน บริจาค 258 ล้านบาทของพรรคประชาธิปัตย์ที่ไม่มีกำหนดวันแน่นอน และอย่าลืม! การปรับใหญ่ ครม. ที่อาจเกิดขึ้นหลังเปิดสภาสมัยสามัญทั่วไปวันที่ 21 ม.ค. นี้
Technical View : “ไหลลงมาใกล้ 730 จุดจากเส้น 10 วัน คาดมีลุ้นจังหวะดีดขึ้น แต่โอกาสผ่าน 736 จุด มีไม่มาก และหลังจากนั้นยังต้องระวังไหลย้อนลงไปหา 720 จุด(+/-) หรือหลุดต่ำกว่าได้...” แนวรับ : 730* , 725** , 719-716*** แนวต้าน : 735-736*** , 738-740**
Technical Picks: BLA (Bt 17.60 เป้าเทคนิค 18.60-19 cut loss ถ้าหลุด 17.20) AMATA (Bt 7.60 เป้าเทคนิค 8.50 cut loss ถ้าหลุด 7.40) GOLD (Bt 3.36 เป้าเทคนิค 3.52-3.60 cut loss ถ้าหลุด 3.28)
|
Comments