Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Economic View ตลาดหุ้นไทยจะมีจุด Bottom Out ในอีก 1-2 เดือน ข้างหน้าฺ BY TRINITY
ตลาดหุ้นไทยจะมีจุด Bottom Out ในอีก 1-2 เดือน ข้างหน้าฺ BY TRINITY PDF Print E-mail
Monday, 19 October 2009 08:15

 

ตลาดหุ้นไทยจะมีจุด Bottom Out ในอีก 1-2 เดือน ข้างหน้าฺ BY TRINITY







ความเห็นต่อการลงทุน

ภาพตลาดในช่วง 1 เดือนข้างหน้าเปลี่ยนเป็น Bearish แล้ว: สัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดไทยปรับตัวลงหนักเพียงประเทศเดียวในโลก เราเชื่อว่าเป็นการปรับฐานครั้งสำคัญ ซึ่งหลายประเทศในโลกเผชิญจุดนี้มาแล้ว จีน 2 ครั้ง ช่วงแรกคือ วันที่ 4 ส.ค.-1 ก.ย.52 ติดลบ 24% อีกช่วงหนึ่งคือระหว่างวันที่ 18 ก.ย.-29 ก.ย.52 ติดลบ 10% ญี่ปุ่นปรับฐานไปในช่วง 24 ก.ย.-6 ต.ค.52 ติดลบ 8.28% ไทยเพิ่งปรับฐานโดยลง 8% ในช่วงวันที่ 14-15 ต.ค.52 ที่ผ่านมา เราคาดว่าการปรับฐานของไทยที่มาล่าช้ากว่าตลาดอื่นในภูมิภาคนี้ ยังอยู่ในภาวะเสี่ยง เพราะสหรัฐฯ และยุโรปซึ่งยังไม่ปรับฐาน หากทั้งสองโซนเกิดการปรับฐานขึ้นในช่วง 1-2 สัปดาห์ข้างหน้า อาจทำให้ตลาดหุ้นทั่วโลกผันผวน และอาจทรุดตัวตามสหรัฐฯ ได้อีก ดังนั้น ภาวะการลงทุนตลาดหุ้น 1 เดือนข้างหน้า คาดเสี่ยงสูง

 

คาดว่าตลาดหุ้นไทยจะพยายามขึ้นทดสอบ 720-730 จุด ก่อน แล้วอาจลงต่ออีก ระดับต่ำสุดที่เห็นแล้วคือ 670 จุด เป็นการลงจากสูงสุดที่ 758 จุด  ช่วงห่าง 88 จุด ซึ่งยังถือว่าอยู่ในโซนที่เราคาดไว้สำหรับเดือน ต.ค.-พ.ย.ที่ 666-686 จุด ดังนั้นหากจะปรับตัวลงก็คงอีกไม่มาก โดยแนวรับสำคัญถัดไปคือ 658-666 จุด คำแนะนำคือ ซื้อหุ้นที่แกร่งจริง ได้แก่ PTTEP, CPF, TCAP, TSTH, TRUE สัปดาห์นี้เป็นต้นไปต้องพยายามหลีกเลี่ยงหุ้นที่คาดว่าผลประกอบการจะออกมาไม่สดใส เช่น ธุรกิจโรงกลั่น แนะนำ Short TOP ณ โซนราคาสูงกว่า 44 บาท แล้วรอซื้อกลับที่ราคาต่ำกว่า 38 บาทลงมา

ช่วงเวลาแห่งความน่าวิตกยังมีอีก คือ 19 ต.ค.52 (ครบรอบ 22 ปี Black Monday) อาจเป็นได้ว่าถึงคราวปรับฐานของตลาดสหรัฐฯ  แต่หาก Repeating เหตุการณ์ Black Monday จะเห็นได้ว่า หุ้นลงอย่างไร้สาเหตุ เป็นเพียงความพอใจกับกำไรที่ทำได้แล้ว จึงสั่งขายอัตโนมัติ Black Monday หุ้นเริ่มตก 19 ต.ค.30 Bottom Out 11 ธ.ค.30 การปรับฐานที่แรงของตลาดขาขึ้น ต้องมีบ้าง ซึ่งจะทำให้มี Momentum การขึ้นไปได้ไกล ๆ เราคาดตลาดหุ้นไทยจะมีจุด Bottom Out ในอีก 1-2 เดือน ข้างหน้า คือ ราว 11 พ.ย.52 หรือ 4 ธ.ค.-11 ธ.ค.52

 

เราได้ทำการตรวจจับสัญญาณการเกิด Black Monday แล้ว พบว่าตลาดหุ้นรอบนี้มีเปอร์เซ็นต์สูงจะเกิดเหตุแบบเดียวกัน ดังเห็นได้จาก 1.Bond Yield 10 ปีสหรัฐฯ มีการปรับตัวขึ้นต่อเนื่องจากต้นปีที่ 2.2% มาปัจจุบัน 3.5% พยายามตีกรอบทะลุ 4% แต่ก็ไม่ผ่านอยู่สองครั้งสองคราภาพเหมือน Black Monday มาก เราคาดการณ์ว่า Bond Yield หากขึ้นสู่โซน 3.75% ไปได้แล้วหุ้นยังไม่ลง แนะนำให้นักลงทุนหนีออกจากทั้งตลาดหุ้น และตลาด Bond แล้วถือเงินสด หรือเข้า Money Market ไปก่อน เพื่อตั้งฐานกันใหม่ เพราะท้ายสุดหลังเป็น Black Monday แล้ว Bond Yield ปรับตัวลงตลอดทาง 2.ทองคำ เราพบว่าราคาทองคำช่วง Black Monday เกิดกระแส Bullish ขึ้นมา 1 เดือนก่อนเกิดเรื่อง เมื่อเกิด Black Monday แล้วทองยังขึ้นต่อ  แล้วปรับตัวลงอีกที 11 พ.ย. รอบนี้ทองคำทำอาการเดียวกับช่วงก่อนเกิด Black Monday เราจึงกังวล

 

กลยุทธ์สัปดาห์นี้ (19 – 22 ต.ค.52) : การปรับฐานของหุ้นในครั้งนี้ เราควรมองโลกในแง่ดี การลงของตลาดเป็นจังหวะดีเก็บหุ้นดีระยะยาวที่อ่อนตัว ซึ่งต้านความผันผวนของตลาดและสวนกลับได้ หรือเก็บหุ้นที่มี Bargain Hunting สูง (หุ้นแบบนี้ใครก็อยากเป็นเจ้าของ) เช่น CPALL, ADVANC, SCC, SCB, QH มองไกลสบายใจกว่า Selective BUY ตามรายตัวที่ให้เลือก ชอบสุดตามลำดับ คือ CPF, TCAP, PTTEP หาจังหวะขายทำกำไร หุ้นพลังงานตัวอื่น โดยเฉพาะกลุ่มโรงกลั่นออกไปก่อน สำหรับระยะสั้น แล้วช้อนซื้อกลับในช่วงตลาดเข้าสู่ช่วง Bottom Out ประมาณ 656-686 จุด เน้น Short หุ้นที่มี Liquidity สูง เช่น TOP คาดว่าจะพอได้ Gap ตลาดสำคัญรอบนี้อาจเป็นเวลาเข้าซื้อ PTTEP และ BANPU ทองคำจะเป็นมิตรที่ดีสำหรับการลงทุนไปจนถึง 11 พ.ย.52

คาดการณ์กรอบดัชนีของสัปดาห์ไว้ที่ 666-730 จุด

CPF: Strong Buy คาดการณ์จ่ายปันผลครึ่งหลังปี 2552 ที่ 0.50 บาท หากคิดตามวิธี Dividend Discount Model ราคาเหมาะสมของหุ้นควรอยู่ที่ 12.20 บาท สูงกว่าราคาเป้าหมายเดิมที่เราให้ไว้ที่ 11.70 บาท   

PTTEP: BUY เราปรับราคาเหมาะสมของ PTTEP 209 บาท อิงจากราคาน้ำมันถัวเฉลี่ยปีหน้าที่ 63 เหรียญฯ ค่าเงิน 34 บาทต่อเหรียญฯ  แม้กำไรไตรมาส 3/52 จะอ่อนแอ  แต่ไตรมาส 4/52 เป็นต้นไปจะได้ผลดีจากโครงการ MTJDA ซึ่งมีขนาดใหญ่และมีแนวโน้มจะผลิตได้มากกว่าที่บริษัทคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้

TCAP:  BUY ราคาปัจจุบันซื้อขายเพียง 0.80 เท่า BV เราคาดการณ์ผลประกอบการครึ่งปีหลังยังสดใส และได้ประโยชน์จากดอกเบี้ยขาลงต่อเนื่อง  อีกทั้งยังมีกระแสจะควบรวมกับ SCIB เป็นปัจจัยเด่นในระยะสั้น เพราะหากเข้า Takeover SCIB ได้จะไต่อันดับขึ้นมาเป็นธนาคารพาณิชย์ใหญ่อันดับ 5 ของประเทศ แต่ถึงไม่ได้รับคัดเลือกให้ซื้อกิจการของ SCIB ก็ยังมีปัจจัยบวกจากการที่ถือหุ้น SCIB ประมาณ 5% ราคาเฉลี่ย 14 บาท มี Capital Gain จากส่วนนี้ แนะนำซื้อราคาเป้าหมาย 21 บาท (อาจปรับมูลค่าเหมาะสมขึ้นหลังงบไตรมาส 3/52 ประกาศ)

Written by :
พิราบขาว
 

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday645
mod_vvisit_counterAll days645

We have: 644 guests online
Your IP: 216.73.216.0
Mozilla 5.0, 
Today: Apr 23, 2026

4136664