| สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย |
|
|
|
| Wednesday, 24 October 2012 10:03 | |||
|
Snapshot - ประธานาธิบดีบารัค โอบามา และนายมิตต์ รอมนีย์ ผู้ท้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐจากพรรครีพับลิกัน ได้เริ่มเปิดฉากการอภิปรายรอบที่ 3 ซึ่งเกี่ยวกับประเด็นนโยบายต่างประเทศ โดยบ๊อบ ชิฟเฟอร์ จากสถานีโทรทัศน์ซีบีเอสซึ่งทำหน้าที่เป็นคนกลางในการอภิปรายครั้งนี้ ได้ตั้งหัวข้อการอภิปรายทั้งหมด 5 หัวข้อ ซึ่งได้แก่ บทบาทของอเมริกาในสายตาชาวโลก, สงครามในอัฟกานิสถาน, การจัดการวิกฤตินิวเคลียร์อิหร่านกับเหตุตึงเครียดอิสราเอล, การเปลี่ยนแปลงในตะวันออกกลางและการก่อการร้ายในยุคใหม่ และการรับมือกับการเติบโตของจีน - ผลการสำรวจความคิดเห็นของชาวอเมริกันซึ่งจัดทำโดยสถานีโทรทัศน์ CNN ระบุว่า 48% ของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งที่ได้รับการสำรวจครั้งนี้เชื่อว่า บารัค โอบามา จากพรรคเดโมแครทจะได้รับชัยชนะในศึกโต้วาทีรอบสุดท้ายซึ่งจัดขึ้นในช่วงเช้าวันนี้ตามเวลาประเทศไทย เมื่อเทียบกับ 40% ของผู้ที่เชื่อว่านายมิตต์ รอมนีย์ ผู้ท้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีจากพรรครีพับลิกัน จะได้รับชัยชนะ ทั้งนี้ การอภิปรายครั้งนี้มีขึ้นก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีเพียง 15 วัน โดยจัดขึ้นที่มหาวิทยาลัยลินน์ ในเมืองโบคาเรตัน มลรัฐฟลอริด้า
ยุโรป: เยอรมนี - นายเพียร์ สไตน์บรู๊ค อดีตรมว.คลังเยอรมนีซึ่งจะลงชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเยอรมนีในปีหน้า เปิดเผยว่า การที่นายกรัฐมนตรีอังเกลา แมร์เคล ได้เลื่อนการจัดตั้งสหภาพธนาคารของยุโรปออกไปนั้น ก็เพื่อหวังผลทางการเมือง และเพื่อโอกาสในการกลับมาได้รับการเลือกตั้งอีกครั้ง เพราะไม่ต้องการเสียคะแนนนิยมในช่วงที่ธนาคารพาณิชย์ของเยอรมนีกำลังเผชิญกับปัญหาการเพิ่มทุน โดยนายสไตน์บรู๊คกล่าวว่า แมร์เคลต้องการประวิงเวลาที่จะจัดตั้งระบบการธนาคารของสหภาพยุโรป (อียู) ไปจนกว่าจะถึงช่วงการเลือกตั้งทั่วไปของเยอรมนีในเดือนกันยายนหรือตุลาคมปีหน้า - สำนักงานสถิติแห่งชาติเยอรมนี รายงานว่าดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของเยอรมนีในเดือนกันยายนขยับเพิ่มขึ้น 0.3% (m-o-m) จากเดือนสิงหาคม และดีดตัวขึ้น 1.7% (y-o-y) จากช่วงเดียวกันของปีก่อน หากไม่รวมราคาพลังงาน ดัชนี PPI เดือนกันยายนปรับขึ้น 0.3% (m-o-m) จากเดือนก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 1.1% (y-o-y) จากเดือนกันยายนปี 2554 - กระทรวงการคลังเยอรมนีคาดว่าเศรษฐกิจของประเทศมีแนวโน้มจะเผชิญกับภาวะชะลอตัวรุนแรงในไตรมาสสุดท้ายของปี 2555 อันเนื่องมาจากสถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่อ่อนแอของประเทศสมาชิกอื่นๆในยูโรโซน โดยคาดว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจจะชะลอลงในช่วงหลายเดือนข้างหน้า อย่างไรก็ตาม กระทรวงคาดว่าเศรษฐกิจเยอรมนีจะปรับตัวดีขึ้นในปีหน้า โดยรัฐบาลคาดว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของเยอรมนีจะขยายตัว 1% ในปี 2556 - เยอรมนีมีท่าทีแข็งกร้าวขึ้นในการประชุมสุดยอดผู้นำอียูในเรื่องการใช้กองทุนช่วยเหลือของยูโรโซนเพื่อเพิ่มทุนให้แก่ธนาคารโดยตรง ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวทำให้มีการคาดการณ์ว่าที่ประชุมสุดยอดสหภาพยุโรปจะยังไม่สามารถให้ความกระจ่างเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่สเปนได้
อิตาลี - คำสั่งซื้อภาคอุตสาหกรรมของอิตาลีเดือนสิงหาคมเพิ่มขึ้น 2.6% (y-o-y) จากปีก่อน และ 0.7% (m-o-m) จากเดือนก่อน จากความต้องการสินค้าที่ต่างประเทศสั่งซื้อเพิ่มขึ้น 2.5% จากเดือนก่อน
อังกฤษ - ประชาชนหลายหมื่นคนได้ออกมาเดินขบวนประท้วงในหลายเมืองของอังกฤษ เพื่อต่อต้านมาตรการรัดเข็มขัดของรัฐบาล ซึ่งรวมถึงการตัดงบประมาณจำนวนมาก โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจตัดสินใจใช้กำลังเข้าปะทะกับกลุ่มผู้ประท้วงหลายร้อยคนในกรุงลอนดอนหลังพยายามบุกเข้าไปในร้านเฟรนไชน์ชื่อดัง อาทิ แมคโดนัลด์ และ สตาร์บัคส์ ในย่านการค้าที่มีคนพลุกพล่าน
สเปน - แคว้นอัสตูรีอัสและหมู่เกาะแบลีแอริก กลายเป็น 2 แคว้นล่าสุดของสเปน ที่ร้องขอความช่วยเหลือสำหรับแก้ไขปัญหาหนี้สิน ส่งผลให้ในขณะนี้มีถึง 8 แคว้นแล้ว ที่ต้องขอความช่วยเหลือด้านการเงินจากรัฐบาลกลาง ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ของอัสตูรีอัส เปิดเผยว่าทางแคว้นต้องการความช่วยเหลือทางการเงินจากกองทุนของรัฐบาลกลาง 262 ล้านยูโร ส่วนหมู่เกาะแบลีแอริกระบุว่าจะขอเงินช่วยเหลือจำนวน 355 ล้านยูโร ก่อนหน้านี้แคว้นอื่นๆ ที่ยื่นขอความช่วยเหลือทางการเงินจากกองทุนช่วยเหลือนี้ไปแล้ว ได้แก่ บาเลนเซีย, มูร์เซีย, กัสตียา-ลามันชา, หมู่เกาะคะเนรี, คาตาโลเนีย และ อันดาลูเซีย
เอเชีย: ญี่ปุ่น - การส่งออกของญี่ปุ่นในเดือนกันยายนลดลงมากที่สุดนับจากหลังเหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อปีที่แล้วเนื่องจากเศรษฐกิจโลกชะลอตัวลง ค่าเงินเยนที่แข็งขี้น และความขัดแย้งระหว่างจีนและญี่ปุ่นเกี่ยวกับหมู่เกาะในทะเลจีนตะวันออก โดยกระทรวงการคลังของญี่ปุ่นรายงานว่าการส่งออกในเดือนกันยายนลดลง 10.3% จากเดือนเดียวกันปีก่อน ในขณะที่นักเศรษฐศาสตร์จากการสำรวจของ Bloomberg คาดการณ์ว่าจะลดลง 9.9% ส่วนการนำเข้าในเดือนกันยายนเพิ่มขึ้น 4.1% จากเดือนเดียวกันปีก่อน ส่งผลให้ญี่ปุ่นขาดดุลการค้าในเดือนกันยายน 558.6 พันล้านเยน ( 7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) - รัฐมนตรีเศรษฐกิจของญี่ปุ่นกล่าวว่าเศรษฐกิจญี่ปุ่นมีความต้องการการดำเนินนโยบายผ่อนคลายทางการเงินเพิ่มขึ้นเพื่อกระตุ้นการขยายตัวของเศรษฐกิจ โดยในส่วนของรัฐบาลได้วางแผนที่จะใช้จ่ายเพิ่มขี้น 2 แสนล้านเยน ( 2.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) อย่างไรก็ดีเขาก็ไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับแหล่งเงินทุน ทั้งนี้เมื่อวันที่ 12 ตุลาคมที่ผ่านมารัฐบาลญี่ปุ่นได้ปรับลดการประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจของประเทศเป็นเดือนที่สามติดต่อกัน โดยการปรับลดดังกล่าวเป็นผลจากการที่เศรษฐกิจโลกชะลอตัวและค่าเงินเยนที่แข็งขึ้นได้ส่งผลลบต่อภาคการส่งออกของญี่ปุ่น - รอยเตอร์เปิดเผยผลสำรวจบ่งชี้ว่า ความเชื่อมั่นของกลุ่มผู้ผลิตญี่ปุ่นลดลงในอัตรารุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เกิดเหตุแผ่นดินไหวในปีที่ผ่านมา สู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ ปี 2553 ขณะที่ความขัดแย้งกับจีน ซึ่งเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น ได้เพิ่มความวิตกเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจ ทั้งนี้ดัชนีความเชื่อมั่นผู้ผลิตอยู่ที่ระดับ -17 ในเดือนตุลาคมซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2553 ผลสำรวจรายเดือนดังกล่าวซึ่งมีความเกี่ยวพันอย่างใกล้ชิดกับผลสำรวจทังกันรายไตรมาสของธนาคารกลางญี่ปุ่นและแนวโน้มการขยายตัวทางเศรษฐกิจนั้นได้บ่งชี้ถึงแนวโน้มในเชิงลบที่รุนแรงขึ้นในญี่ปุ่นซึ่งมีเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 3ของโลก โดยผลสำรวจนี้จัดทำจากการสอบถามบริษัทขนาดกลางและขนาดใหญ่ของญี่ปุ่นจำนวน 400 แห่งระหว่างวันที่ 1-17 ตุลาคม โดยมีบริษัท 273 แห่งที่ตอบการสำรวจดังกล่าว
ไทย - ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท.จะดำเนินการมาตรการผ่อนคลายเงินทุนเคลื่อนย้ายภายในอำนาจในปี 55 ซึ่งการผ่อนคลายเกณฑ์เรื่องแรกเป็นเรื่องการลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศ ได้แก่ การผ่อนคลายให้ บจ.ที่ไปลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศโดยตรง ให้คนไทยลงทุนในตราสารสกุลเงินตราต่างประเทศที่ออกและขายในประเทศได้ และให้ผู้ลงทุนสถาบันที่บริหารการลงทุนของรายย่อย สามารถบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนได้เสรี คาดว่าจะมีผลบังคับใช้ภายในสัปดาห์หน้า ส่วนการผ่อนคลายภายใต้อำนาจของกระทรวงการคลัง ธปท.จะเสนอเพื่อพิจารณาดำเนินการในต้นปี 56 เช่น การผ่อนคลายให้บุคคลธรรมดาลงทุนโดยตรงในต่างประเทศได้เสรี และการยกเลิกการจำกัดวงเงินลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศต่อราย เป็นต้น ทั้งนี้ ธปท. ได้จัดทำแผนแม่บทเงินทุนเคลื่อนย้ายระหว่างประเทศ (แผนแม่บทฯ) เพื่อสนับสนุนให้ผู้ประกอบการและผู้ออมในประเทศสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการทำธุรกิจและกระจายความเสี่ยงในการลงทุนได้มากขึ้น รวมทั้งสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อให้เกิดความสมดุลของเงินทุนเคลื่อนย้าย และกระตุ้นการพัฒนาตลาดการเงินรองรับกระแสการรวมตัวทางเศรษฐกิจในภูมิภาคหรือประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนที่จะมาถึงในปี 2558 ทั้งนี้ ปัจจุบันฐานะการลงทุนในต่างประเทศของภาคเอกชนไทย (เงินลงทุนโดยตรงและเงินลงทุนในหลักทรัพย์) ยังถือว่ามีสัดส่วนค่อนข้างต่ำ คือ ประมาณร้อยละ 15 ของ GDP ในปี 2553 เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยประมาณร้อยละ 30 ของ GDP สำหรับหลายประเทศที่มีศักยภาพใกล้เคียงกัน และปัจจุบันสินทรัพย์ต่างประเทศของไทยส่วนใหญ่เป็นของทางการซึ่งอยู่ในรูปของเงินสำรองระหว่างประเทศ - ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คาดว่าจากนี้ไปจะเห็นเงินลงทุนจากต่างประเทศไหลเข้าไทยน้อยลงเมื่อเทียบกับช่วง QE1-QE2 เนื่องจากขณะนี้ราคาสินทรัพย์ของไทยสูงขึ้น ทั้งราคาหุ้นที่ได้ปรับสูงขึ้นมาหลายปีแล้ว และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรปรับสูงขึ้น ขณะที่เงินบาทเทียบดอลลาร์ไม่ได้แข็งค่าขึ้นมากแล้ว นอกจากนี้ ธปท.ได้ออกมาตรการผ่อนคลายให้บุคคลธรรมดาและนิติบุคคล นำเงินออกไปลงทุนต่างประเทศได้มากขึ้นทั้งการลงทุนโดยตรงและลงทุนในหลักทรัพย์ พร้อมทั้งระบุว่า ธปท.จะมีการประเมินผลของมาตรการผ่อนคลายฯ ราวกลางปี 56 โดยให้ความสำคัญถึงความพร้อมของนักลงทุน ธุรกรรมที่เกิดขึ้น เป็นไปตามที่ประเมินหรือไม่ และก่อให้เกิดความผันผวนของค่าเงินบาทหรือไม่ ประกอบกับพิจารณาสถานการณ์เศรษฐกิจโลกเพื่อประเมินความจำเป็นในการออกมาตรการผ่อนคลายในเฟส 2 ต่อไป
Money Market - บาท/ดอลลาร์ เมื่อวันจันทร์-อังคาร (22-23 ต.ค.) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินเอเซียส่วนใหญ่รวมทั้งเงินบาทในช่วงเช้าวันจันทร์ โดยปัจจัยสนับสนุนหนึ่งมาจากแรงขายเยนและซื้อดอลลาร์สหรัฐฯต่อเนื่องจากการที่ตัวเลขเศรษฐกิจญี่ปุ่นชี้ถึงผลกระทบในทางลบที่มากขึ้นจากการที่ค่าเงินเยนแข็งขึ้นมากก่อนหน้านี้ซึ่งส่งผลให้มีความเป็นไปได้มากขึ้นที่ทางการญี่ปุ่นอาจจะเข้าแทรกแซงให้ค่าเงินเยนอ่อนลง ขณะเดียวกันนักลงทุนก็คาดการณ์ว่าธนาคารกลางญี่ปุ่นจะผ่อนคลายนโยบายการเงินมากขึ้นเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ - เยน/ดอลลาร์ เมื่อจันทร์-อังคาร (22-23 ต.ค.) ค่าเงินเยนอ่อนลงต่อเนื่องเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันจันทร์ซึ่งเป็นการอ่อนลงต่อเนื่องนับจากวันที่ 11 ตุลาคมเป็นต้นมา โดยวันนี้กระทรวงการคลังญี่ปุ่นรายงานว่าการส่งออกของญี่ปุ่นในเดือนกันยายนลดลง 10.3% จากเดือนเดียวกันปีก่อน ในขณะที่การนำเข้าเพิ่มขึ้น 4.1% ในช่วงเดียวกัน ส่งผลให้ญี่ปุ่นขาดดุลการค้าในเดือนกันยายน 7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะเดียวกันก็มีการคาดการณ์เกี่ยวกับการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมของธนาคารกลางญี่ปุ่น - ยูโร/ดอลลาร์ เมื่อวันจันทร์-อังคาร (22-23 ต.ค.) ค่าเงินยูโรแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในวันจันทร์ก่อนที่จะปรับตัวอ่อนลงในวันอังคาร โดยส่วนหนึ่งเป็นผลจากการที่ Moody’s ลดอันดับเครดิตของ 5 แคว้นในสเปน
Capital Market - ตลาดสหรัฐฯ เมื่อวันจันทร์-อังคาร (22-23 ต.ค.) ตลาดหุ้นสหรัฐปิดร่วงลงในวันอังคาร โดยดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ร่วงลงรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 21 มิถุนายน ขณะที่ผลประกอบการที่อ่อนแอของบริษัทดูปองท์และบริษัทยูไนเต็ด เทคโนโลยีส์บ่งชี้ว่า การขยายตัวของผลกำไรกำลังชะลอตัวลง ขณะที่ดัชนีดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 0.02%ในวันจันทร์โดยวันนี้ตลาดได้ปัจจัยลบจากรายงานผลประกอบการบริษัทต่างๆที่ทยอยประกาศออกมา อย่างไรก็ดี การที่ราคาหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีสูงขึ้นโดยเฉพาะหุ้น Apple ก็ช่วยให้ดัชนีตลาดโดยรวมปรับตัวดีขึ้น - ตลาดหุ้นเอเชีย เมื่อวันจันทร์-อังคาร ( 22-23 ต.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นเอเซียช่วงเช้าวันจันทร์ได้รับผลลบจากรายงานตัวเลขการส่งออกของญี่ปุ่นเดือนกันยายนลดลง 10.3% จากเดือนเดียวกันปีก่อน อย่างไรก็ดีดัชนีนิกเกอิปิดตลาดเพิ่มขึ้น 0.09% ในวันจันทร์ ทั้งนี้ตลาดได้ปัจจัยบวกในช่วงท้ายตลาดจากการที่นักลงทุนคาดการณ์เกี่ยวกับการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมของธนาคารกลางญี่ปุ่น สำหรับตลาดหุ้นจีนในช่วงบ่ายของวันจันทร์ก็ปรับสูงขึ้นหลังจากลดลงในช่วงเช้าจากความกังวลเรื่องแนวโน้มผลประกอบการของบริษัทต่างๆและภาคอสังหาริมทรัพย์ โดยในช่วงบ่ายตลาดได้ปัจจัยบวกจากการคาดการณ์ที่ว่าหน่วยงานควบคุมตลาดทุนของจีนจะนำมาตรการกระตุ้นตลาดทุนออกมาใช้ในเร็วๆนี้ โดยปิดตลาดวันจันทร์ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตและดัชนีฮั่งเส็งเพิ่มขึ้น0.21% และ 0.68% ตามลำดับ สำหรับในวันอังคารดัชนีตลาดหุ้นเอเชียโดยรวมลดลงจากการที่ Moody’s ลดอันดับเครดิตของ 5 แคว้นในสเปน - ตลาดหุ้นไทย เมื่อวันจันทร์( 22 ต.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นไทยลดลงในช่วงเปิดตลาดก่อนที่จะปรับตัวสูงขึ้นในเวลาต่อมาสอดคล้องกับตลาดหุ้นญี่ปุ่นและตลาดหุ้นจีนที่
โดย สำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 24 ตุลาคม 2555
|






![]() | Today | 819 |
![]() | All days | 819 |
Comments