Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Economic View สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย
สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย PDF Print E-mail
Tuesday, 10 April 2018 10:03

สถานการณ์เศรษฐกิจต่างประเทศ

สำนักงานสถิติของรัฐบาลเยอรมนี (FSO) รายงานว่า การผลิตภาคอุตสาหกรรมของเยอรมนีเดือนกุมภาพันธ์ลดลง 1.6% ซึ่งเป็นการปรับตัวลงมากที่สุดในรอบ 2 ปี นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่าการผลิตภาคอุตสาหกรรมจะเพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนกุมภาพันธ์ ทั้งนี้ การผลิตในภาคสินค้าทุนลดลงมากที่สุด ตามมาด้วยภาคการก่อสร้าง, ภาคอุตสาหกรรม และการบริโภค อย่างไรก็ดี FSO ระบุว่า คำสั่งซื้อในระดับสูง และความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจที่แข็งแกร่ง บ่งชี้ว่าการผลิตภาคอุตสาหกรรมของเยอรมนียังคงมีแนวโน้มขยายตัวต่อไปในปีนี้

Halifax ซึ่งเป็นผู้ให้บริการสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย เปิดเผยว่า ราคาบ้านในอังกฤษในไตรมาสแรกปีนี้เพิ่มขึ้น 2.7% หลังจากปรับตัวขึ้นในอัตราต่ำสุดในรอบเกือบ 5 ปีในช่วงเดือน 3 เดือนนับตั้งแต่เดือนธันวาคม – กุมภาพันธ์ ซึ่งเมื่อพิจารณาเฉพาะเดือนมีนาคมราคาบ้านเพิ่มขึ้น 1.5% (mom) ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนสิงหาคมปีที่แล้ว นักวิเคราะห์คาดว่า ภาวะขาดแคลนสต็อกบ้านในตลาด จะยังคงช่วยพยุงราคาบ้าน และดีดตัวขึ้นใกล้ 3% ในช่วงหลายเดือนข้างหน้า อย่างไรก็ดี ราคาบ้านยังคงชะลอตัวอย่างมาก เมื่อเทียบกับก่อนช่วงการทำประชามติแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) ในปี 2559 ซึ่งขณะนั้นราคาบ้านพุ่งขึ้นราว 10% ต่อปี

มาตรการคว่ำบาตรรอบใหม่ของสหรัฐต่อรัสเซียเริ่มส่งผลกระทบ โดยตลาดหุ้นรัสเซีย, ค่าเงินรูเบิล และบริษัทที่ถูกสหรัฐคว่ำบาตรต่างทรุดตัวลงอย่างหนัก ทั้งนี้ ค่าเงินรูเบิลดิ่งลงสู่ระดับ 59.82 เทียบดอลลาร์ในวันนี้ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ย.ปีที่แล้ว ขณะที่ดัชนี RTS ของตลาดหุ้นรัสเซียทรุดตัวลงมากกว่า 11% แตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนก.ย.ปีที่แล้ว นอกจากนี้ ราคาหุ้นบริษัท United Company Rusal ซึ่งเป็นผู้ผลิตอลูมิเนียมชั้นนำของโลก และเป็นหนึ่งในบริษัทที่ถูกสหรัฐคว่ำบาตร ร่วงลงแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย.2559 ทั้งนี้ บริษัท United Company Rusal ออกแถลงการณ์ ระบุว่า มาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐอาจทำให้บริษัทผิดนัดชำระหนี้ต่อเจ้าหนี้บางราย

กระทรวงการคลังญี่ปุ่นเปิดเผยว่า ญี่ปุ่นมียอดเกินดุลบัญชีเดินสะพัดเดือนก.พ.ทั้งสิ้น 2.08 ล้านล้านเยน (1.9 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) ซึ่งเป็นการเกินดุลติดต่อกันเดือนที่ 44 สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ญี่ปุ่นมียอดเกินดุลบัญชีเดินสะพัดอย่างต่อเนื่อง โดยได้ปัจจัยหนุนจากรายได้การลงทุนในต่างประเทศเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่ง

นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ได้ระบุผ่านทวิตเตอร์ของตนว่า จีนจะเป็นฝ่ายที่ยอมอ่อนข้อต่อสหรัฐในประเด็นการค้าที่กำลังร้อนแรง ข้อความดังกล่าวระบุว่า จีนจะเป็นฝ่ายยกเลิกมาตรการกีดกันทางการค้า และทั้งสองประเทศจะบรรลุข้อตกลงกันได้ในเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา รวมถึงด้านภาษีที่จะเป็นไปในลักษณะที่เอื้อประโยชน์ต่อกันนอกจากนี้ ปธน.ทรัมป์ยังแสดงความเชื่อมั่นด้วยว่า ตนและประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน จะยังคงเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนได้กลับมาตึงเครียดอีกครั้ง หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ขอให้สำนักงานผู้แทนการค้าของสหรัฐ (USTR) พิจารณารายการสินค้านำเข้าจากจีนที่สหรัฐอาจเรียกเก็บภาษีเพิ่มอีก 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ปธน.ทรัมป์ระบุว่า ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ของเขาเป็นเพราะการตอบโต้อย่างไม่เป็นธรรมของจีนต่อการที่สหรัฐประกาศเรียกเก็บภาษีนำเข้าจากจีนวงเงิน 5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ด้านโฆษกกระทรวงพาณิชย์ของจีนประกาศหลังจากนั้นไม่นานว่า จีนจะตอบโต้สหรัฐไม่ว่าด้วยวิธีการใดก็ตาม และจะใช้มาตรการตอบโต้อย่างครอบคลุม หากสหรัฐยังคงเดินหน้ากีดกันการค้าแต่เพียงฝ่ายเดียว

นายฟ่าน กัง ที่ปรึกษาธนาคารกลางจีนได้เปิดเผยว่า จีนควรนำเงินในระบบทุนสำรองที่มีมูลค่ามหาศาลนั้น ไปลงทุนในสินทรัพย์อื่นๆ ที่ไม่ใช่พันธบัตรสหรัฐ นายฟ่านได้แสดงความคิดเห็นในระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์ในการประชุม Boao Forum for Asia (BFA) ซึ่งจัดขึ้นที่มณฑลไห่หนานของจีนในวันนี้ว่า แม้ว่าจีนเป็นประเทศที่มีรายได้ต่ำ แต่ก็ถือว่าเป็นประเทศที่มั่งคั่ง ด้วยเหตุนี้จีนควรใช้เม็ดเงินทุนอย่างคุ้มค่า ด้วยการลงทุนในสินทรัพย์ที่แท้จริงบางประเภท ที่ไม่ใช่พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ

สถานีวิทยุแห่งชาติของสหรัฐ (NPR) รายงานว่า ท่ามกลางความขัดแย้งด้านการค้าระหว่างสหรัฐและจีนนั้น ออสเตรเลียอาจจะเป็นฝ่ายที่ได้รับผลประโยชน์ เนื่องจากออสเตรเลียสามารถเพิ่มกำลังการผลิตและใช้ข้อได้เปรียบด้านราคาเพื่อชิงส่วนแบ่งตลาดจากบริษัทสหรัฐในตลาดจีน รายงานของ NPR ระบุว่า จีนเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของออสเตรเลีย และออสเตรเลียสามารถผลิตสินค้าหลายชนิดที่เป็นชนิดเดียวกันกับที่จีนนำเข้าจากสหรัฐ ซึ่งรวมถึงสินค้าที่ปรากฎอยู่ในรายการสินค้า 128 ชนิดของสหรัฐที่จีนเตรียมประกาศเรียกเก็บภาษีนำเข้า นอกจากนี้ รายงาน NPR ยังระบุว่า ออสเตรเลียเป็นคู่แข่งรายใหญ่ของสหรัฐในด้านการส่งออกผลไม้และถั่วไปยังจีน โดยข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติออสเตรเลียระบุว่า ออสเตรเลียได้ส่งออกผลไม้ในประเทศกว่า 40% ไปยังจีน และอัตราการส่งออกถั่วจากออสเตรเลียไปยังจีนปรับตัวขึ้นราว 10 เท่าภายในระยะเวลา 5 ปี

 

สถานการณ์เศรษฐกิจในประเทศ

นายอูลริค ซาเกา ผู้อำนวยการธนาคารโลกประจำประเทศไทย (World Bank) เปิดเผยว่า จากรายงานติดตามเศรษฐกิจประเทศไทยล่าสุด พบว่า เศรษฐกิจไทยในปี 2561 จะขยายตัวได้ 4.1% งเป็นการเติบโตสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2555 ในขณะที่การเติบโตอย่างรวดเร็วของการส่งออกยังคงเป็นกำลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง อัตราการใช้กำลังการผลิตของภาคอุตสาหกรรมและการนำเข้าสินค้าทุนที่เพิ่มขึ้น ส่งสัญญาณว่าการบริโภคในประเทศกำลังฟื้นตัว การปฏิรูประเบียบและเสถียรภาพของนโยบายโดยรวมต่างช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง

 

ปัจจัยต่างประเทศ (10 เมษายน 2561): ตามเวลาประเทศไทย

ประเทศ        ปัจจัย

ฝรั่งเศส      - การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนก.พ.

จีน          - ยอดปล่อยกู้สกุลเงินหยวนเดือนมี.ค.

USA         - ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนมี.ค.

- สต็อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจเดือนก.พ.

 

Money Market

- ดอลลาร์/บาท วันจันทร์ (9 เม.ย.) เงินบาททรงตัวเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ ขณะที่ตัวเลขการจ้างงานฯสหรัฐฯเดือนมีนาคมที่รายงานเมื่อวันศุกร์ออกมาต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ ส่วนประธานธนาคารกลางสหรัฐฯกล่าวเมื่อวันศุกร์ว่าเฟดจะยังขึ้นอัตราต่อไปเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ โดยประธาน Fed มีมุมมองที่ดีต่อเศรษฐกิจสหรัฐ และชี้ว่าตลาดแรงงานสหรัฐค่อนข้างอยู่ในภาวะที่มีการจ้างงานเต็มที่ ขณะที่เจ้าหน้าที่ Fed มีความเชื่อมั่นเพิ่มขึ้นว่าอัตราเงินเฟ้อจะขยายตัวสู่ 2% ตามเป้าหมาย ซึ่งโดยรวมปัจจัยเรื่องนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯยังหนุนค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ อย่างไรก็ดีช่วงนี้ปัจจัยเรื่องความขัดแย้งการค้าสหรัฐฯละจีนยังกดดันค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ โดยประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ สั่งการให้สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) พิจารณารายการสินค้านำเข้าจากจีนที่สหรัฐอาจเรียกเก็บภาษีเพิ่มอีก 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่จีนก็ชี้ว่าจีนจะตอบโต้สหรัฐไม่ว่าด้วยวิธีการใดก็ตาม และจะใช้มาตรการตอบโต้อย่างครอบคลุม หากสหรัฐยังคงเดินหน้ากีดกันการค้าแต่เพียงฝ่ายเดียว

- ดอลลาร์/เยน วันจันทร์ (9 เม.ย.) เงินเยนอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในเช้าวันนี้ ขณะที่ยังต้องจับตาประเด็นเรื่องการตอบโต้การค้าสหรัฐฯกับจีนต่อเนื่องในช่วง 1-2 เดือนนี้ซึ่งอาจจะกดดันดอลลาร์สหรัฐฯให้อ่อนค่าเมื่อเทียบกับเยน

- ยูโร/ดอลลาร์ วันจันทร์ (9 เม.ย.) เงินยูโรอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในเช้าวันนี้ โดยนักลงทุนมองว่าปัญหาการค้าสหรัฐฯกับจีนยังมีเวลาที่จะเจรจาต่อรองกันได้ก่อนที่มาตรการภาษีจะมีผลบังคับใช้ อย่างไรก็ดีช่วงนี้ทั้งสองฝายยังตอบโต้กันไปมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งต้องติดตามต่อไปในช่วง 1-2 เดือนข้างหน้านี้ว่าปัญหาดังกล่าวจะเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใด อย่างไรก็ดียูโรได้แข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงตลาดสหรัฐฯ

 

Capital Market

- ตลาดหุ้นสหรัฐฯ วันจันทร์ (9 เม.ย.)ดัชนีดาวโจนส์ปิดบวกเมื่อคืนนี้  โดยได้แรงหนุนจากการที่นักลงทุนคลายความวิตกกังวลเกี่ยวกับสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน หลังจากนายสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐได้ออกมาแสดงความเชื่อมั่นว่า สหรัฐและจีนจะสามารถหาข้อตกลงร่วมกันได้ก่อนที่จะมีการเรียกเก็บภาษีนำเข้า อย่างไรก็ตาม ดัชนีดาวโจนส์ลดแรงบวกในช่วงท้ายตลาด หลังจากวอชิงตัน โพสต์รายงานว่า เจ้าหน้าที่สำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐ (FBI) ได้บุกเข้าตรวจค้นสำนักงานของนายไมเคิล โคเฮน ทนายความส่วนตัวของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ พร้อมกับยึดเอกสารต่างๆ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 23,979.10  เพิ่มขึ้น 0.19% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,613.16 เพิ่มขึ้น 0.33% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 6,950.34 เพิ่มขึ้น 0.51%

- ตลาดหุ้นเอเชีย วันจันทร์ (9 เม.ย.)ดัชนีนิกเกอิปิดเพิ่มขึ้นในวันนี้ โดยได้ปัจจัยหนุนจากการดีดตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มที่อ่อนไหวต่ออุปสงค์ภายในประเทศ ขณะที่นักลงทุนยังจับตาข้อพิพาททางการค้าระหว่างสหรัฐและจีน โดยดัชนีนิกเกอิปรับตัวขึ้น 0.51% ปิดที่ 21,678.26 หุ้นที่ปรับตัวขึ้นในวันนี้ นำโดยหุ้นกลุ่มประมงและการเกษตร กลุ่มประกัน และกลุ่มกระดาษและเยื่อกระดาษ ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดตลาดวันนี้ปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน โดยนักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับปัญหาการค้าระหว่างสหรัฐและจีนโดยดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดบวก 0.23% ปิดที่ 3,138.29 ขณะที่สื่อทั่วโลกต่างให้ความสนใจกับสุนทรพจน์ของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ในระหว่างพิธีเปิดการประชุม Boao Forum for Asia (BFA) ประจำปีนี้ ซึ่งการประชุม BFA จัดขึ้นเป็นเวลา 4 วันระหว่างวันที่ 8-11 เมษายน สำหรับดัชนีฮั่งเส็งปิดวันนี้ปรับตัวเพิ่มขึ้น สอดคล้องกับทิศทางของตลาดหุ้นอื่นๆในภูมิภาค โดยดัชนีฮั่งเส็งเพิ่มขึ้น 1.29% ปิดวันนี้ที่ 30,229.58

- ตลาดหุ้นไทย วันจันทร์ ( 9 เม.ย.) ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนี้สูงขึ้นสอดคล้องกับตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่เนื่องจากนักลงทุนมองว่าปัญหาการค้าสหรัฐฯและจีนน่าจะมีการเจรจาหาทางออกที่ได้ประโยชน์ด้วยกันทั้งสองฝ่ายได้ แม้ว่าขณะนี้ทั้งสองประเทศยังออกข่าวในการที่จะเพิ่มกำแพงภาษีและตอบโต้กันก็ตาม ทั้งนี้ปิดตลาดวันนี้ SET INDEX เพิ่มขึ้น 11.35 จุด

 

โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 10 เม.ย. 2561

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday19558
mod_vvisit_counterYesterday24237
mod_vvisit_counterAll days80313212

We have: 170 guests online
Your IP: 54.80.188.87
 , 
Today: Oct 22, 2018

4092216