| สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย |
|
|
|
| Wednesday, 01 June 2011 09:01 | |||
|
Snapshot
สหรัฐอเมริกา - สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์/เคส ชิลเลอร์ รายงานว่า ราคาบ้านใน 20 เขตเมืองของสหรัฐ ซึ่งรวมถึงนิวยอร์ก ไมอามี และบอสตัน ประจำเดือนมีนาคม ปรับตัวลดลง 0.2% (m-o-m) ซึ่งเป็นการลดลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 9 สะท้อนให้เห็นว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ของสหรัฐยังคงซบเซา อันเนื่องมาจากอุปสงค์ที่อ่อนแอและอัตราการยึดบ้านหลุดจำนองที่ยังคงอยู่ในระดับที่สูงมาก ส่วนในไตรมาสแรกปีนี้ ราคาบ้านปรับตัวลง 1.9% มากกว่าไตรมาสสี่ปีที่แล้วที่ราคาบ้านปรับตัวลดลง 1.8% - ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐที่จัดทำโดยสำนัก Conference Board ในเดือนพฤษภาคมลดลงสู่ระดับ 60.8 จากระดับ 66.0 ในเดือนเมษายน หลังจากที่ผู้บริโภคมีความเห็นเชิงลบมากขึ้นเกี่ยวกับแนวโน้มตลาดแรงงานและความวิตกเกี่ยวกับเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น - ดัชนีภาวะธุรกิจเขตชิคาโกที่จัดทำโดยสถาบันจัดการด้านอุปทาน (ISM) ในเดือนพฤษภาคมลดลงสู่ระดับ 56.6 จากระดับ 67.6 ในเดือนเมษายน ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปี 2552 และต่ำกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์โดย consensus คาดไว้ว่าจะอยู่ที่ระดับ 62.6 อันเป็นผลต่อเนื่องมาจากการที่คำสั่งซื้อและการจ้างงานอ่อนแอลง
ยุโรป: สหภาพยุโรป - ความเชื่อมั่นในแนวโน้มเศรษฐกิจของยุโรปปรับลดลงในเดือนพฤษภาคมจากปัญหาหนี้ในภูมิภาคและราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ปรับสูงขึ้น โดยคณะกรรมาธิการยุโรปกล่าวว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในเดือนพฤษภาคม ลดลงไปอยู่ที่ระดับ 105.5 จาก 106.1 ในเดือนเมษายน นับเป็นเวลา 3 เดือนติดต่อกันแล้ว ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณว่าเศรษฐกิจยุโรปกำลังชะลอตัว - นายซิลวิโอ เพอร์รุสโซ่ นักเศรษฐศาสตร์จากรอยัลแบงก์ออฟสก๊อตแลนด์ในลอนดอนกล่าวว่า ยุโรปจะฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง แต่ก็มีแนวโน้มชะลอตัว อย่างไรก็ดี ก็ยังไม่น่าเป็นห่วงนัก เนื่องจากปรากฏการณ์นี้น่าจะเรียกได้ว่าเป็นกระบวนการกลับเข้าสู่ภาวะปกติ มากกว่าเป็นการชี้ว่าการขยายตัวได้สิ้นสุดลงแล้ว
เยอรมนี - นายกรัฐมนตรีอังเกลา แมร์เคล ของเยอรมนี กล่าวว่า เยอรมนีจะเป็นแบบอย่างให้กับประชาคมโลกในการเปลี่ยนไปใช้พลังงานทดแทนและพลังงานประหยัด หลังจากที่รัฐบาลตัดสินใจปิดโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ทั้งหมด 17 แห่งในประเทศภายในปี 2565
กรีซ - เจ้าหน้าที่สหภาพยุโรป และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) คาดว่าจะเปิดแผนการตัดสินใจแนวทางการช่วยเหลือกรีซได้ในเร็วๆนี้ โดยกรีซได้รับเงินช่วยเหลือจากยุโรปและไอเอ็มเอฟ จำนวน 1.10 แสนล้านยูโรในปี 2553 แต่มีแนวโน้มว่ากรีซจะไม่สามารถลดการขาดดุลได้ตามเป้าที่วางไว้ และหากเป็นดังนั้น ก็จะมีความเสี่ยงที่กรีซจะผิดนัดชำระหนี้จำนวน 3.27 แสนล้านยูโร (150 % ของ GDP) ก็มีมากขึ้น - นายแอนโตนิส ซามาราส์ ผู้นำพรรคฝ่ายค้านของกรีซได้ปฏิเสธแผนการรัดเข็มขัดที่รัฐบาลกำหนดขึ้นเพื่อจะแลกเปลี่ยนกับการรับความช่วยเหลือครั้งใหม่จากไอเอ็มเอฟ แต่นายจอร์จ ปาปันเดรอู นายกรัฐมนตรีของกรีซกล่าวว่า เขาจะเดินหน้าใช้มาตรการรัดเข็มขัดครั้งใหม่ แม้จะไม่ได้รับการสนับสนุนจากพรรคฝ่ายค้านก็ตาม ท่ามกลางความกังวลที่ว่ากรีซอาจจะต้องปรับโครงสร้างหนี้
ไอร์แลนด์ - ไอร์แลนด์อาจต้องรับความช่วยเหลือทางการเงินเพิ่มจากสหภาพยุโรป และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) เนื่องจากประเทศยังคงประสบปัญหาการชำระคืนหนี้ในปีหน้า ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวปัญหาหนี้ของกรีซที่อาจจะลุกลามและกลายเป็นโดมิโนเอฟเฟ็ค ซึ่งความกังวลว่ากรีซจะผิดนัดชำระหนี้ส่งผลให้ ผลตอบแทนพันธบัตรของไอร์แลนด์ โปรตุเกส และ สเปน ดีดตัวสูงมากขึ้น ทั้งนี้ The Sunday Times newspaper รายงานว่า รัฐมนตรีคมนาคมของไอร์แลนด์กล่าวว่า ไอร์แลนด์มีปัญหาในการระดมเพื่อจ่ายชำระคืนหนี้พันธบัตรหลังจากที่ผลตอบแทนพันธบัตรปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก ซึ่งปัญหาดังกล่าวอาจจะต้องทำให้ไอร์แลนด์ ต้องรับความช่วยเหลือรอบ 2 หรืออาจต้องขยายระยะเวลาการรับความช่วยเหลือทางการเงินออกไป
เอเชีย: เกาหลีใต้ - การผลิตภาคอุตสาหกรรมของเกาหลีใต้ในเดือนเมษายนเพิ่มขึ้นในอัตราที่น้อยที่สุดใน 7 เดือนซึ่งส่งผลให้นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่ามีความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางเกาหลีใต้จะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 10 มิถุนายนนี้ ทั้งนี้ในเดือนเมษายนผลผลิตอุตสาหกรรมเกาหลีเพิ่มขึ้น 6.9% จากเดือนเดียวกันปีก่อน หลังจากที่ในเดือนมีนาคมเพิ่มขึ้น 9% ในขณะที่นักเศรษฐศาสตร์จากการสำรวจโดย Bloomberg คาดการณ์ไว้ที่ 9.2% ทั้งนี้เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าการผลิตในเดือนเมษายนลดลง 1.5% หลังจากในเดือนมีนาคมเพิ่มขึ้น 1.7%
จีน - จีนตัดสินใจเพิ่มค่าไฟฟ้าสำหรับผู้ใช้ที่ไม่ใช่ภาคครัวเรือนตั้งแต่เดือนมิถุนายนนี้ ซึ่งจะเป็นการเพิ่มเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 1 ปีเพื่อที่จะลดการใช้ไฟฟ้าในช่วงที่เกิดการขาดแคลน โดยค่าไฟฟ้าสำหรับผู้ใช้ที่เป็นภาคอุตสาหกรรม ภาคการเกษตร และภาคการค้าใน 15 จังหวัดจะเพิ่มขึ้นเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายนเป็นต้นไป โดยขณะนี้จีนกำลังพยายามแก้ปัญหาการขาดแคลนไฟฟ้าซึ่งมีแนวโน้มจะรุนแรงกว่าในปี 2547 ซึ่งเป็นปีที่การขาดแคลนรุนแรงที่สุดเป็นประวัติการณ์
ญี่ปุ่น - การผลิตภาคอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นในเดือนเมษายนเพิ่มขึ้น 1% จากเดือนก่อน หลังจากที่ในเดือนมีนาคมลดลง 15.3%จากเดือนกุมภาพันธ์เนื่องจากผลกระทบของแผ่นดินไหวฯ ทั้งนี้การเพิ่มขึ้นของการผลิตในเดือนเมษายนที่ผ่านมานั้นน้อยกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์จากการสำรวจโดย Bloomberg คาดการณ์ว่าจะขยายตัว2% ขณะเดียวกันอัตราการว่างงานในเดือนเมษายนเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 4.7% จากระดับ 4.6% ในเดือนก่อนซึ่งจากข้อมูลดังกล่าวทำให้นักเศรษฐศาสตร์มองว่ามีความเป็นไปได้ที่เศรษฐกิจญี่ปุ่นไตรมาสนี้จะหดตัวต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 3 - มูดีส์ อินเวสเตอร์ส เซอร์วิส ประกาศทบทวนอันดับความน่าเชื่อถือของญี่ปุ่น ซึ่งบ่งชี้ว่ามูดีส์มีแนวโน้มที่จะปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของญี่ปุ่นลงในวันข้างหน้า เนื่องจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับนโยบายในการรับมือกับเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มชะลอตัวลง ทั้งนี้ มูดีส์ประกาศทบทวนอันดับความน่าเชื่อถือทั้งสกุลเงินต่างประเทศและสกุลเงินเยนซึ่งปัจจุบันยืนอยู่ที่ระดับ Aa2 โดยมูดี้ส์ระบุว่า นโยบายที่อ่อนแอของญี่ปุ่นจะทำให้รัฐบาลเผชิญกับปัญหาที่มีความท้าทายมากขึ้นในการบรรลุเป้าหมายการลดยอดขาดดุลงบประมาณ
อินเดีย - เศรษฐกิจอินเดียไตรมาสแรกขยายตัว 7.8% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน ลดลงจากในไตรมาสที่ 4 ปี 2553 ที่ขยายตัว 8.3% และต่ำกว่าการคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์จากการสำรวจโดย Bloomberg ที่คาดการณ์ไว้ที่ 8.1% ทั้งนี้นับจากเดือนมีนาคม 2553 ธนาคารกลางอินเดียได้ปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยไปแล้ว 9 ครั้ง โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคมธนาคารกลางฯได้เพิ่มอัตราดอกเบี้ยซื้อคืนพันธบัตรถึง 0.50% มาอยู่ที่ระดับ 7.25% และชี้ว่าอาจจะเพิ่มอัตราดอกเบี้ยอีกเนื่องจากอัตราเงินเฟ้อที่สูงถึง 8.66% ในเดือนเมษายน (จากเดือนมีนาคม 9.02%)
ไทย - ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ระบุว่าเหตุการณ์แผ่นดินไหวและสึนามิที่เกิดขึ้นกับประเทศญี่ปุ่นส่งผลกระทบอย่างมากต่อเศรษฐกิจไทยในช่วงเดือน เมษายน-พฤษภาคม 2554 ซึ่งทำให้ภาวะเศรษฐกิจในเดือนเมษายนขยายตัวในอัตราชะลอลง โดยดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) ลดลง 7.8% (y-o-y) ขณะที่อัตราการใช้กำลังการผลิตของภาคอุตสาหกรรมอยู่ที่ 54.6% สำหรับดัชนีการบริโภคภาคเอกชน (PCI) ขยายตัว 4.5% ชะลอลงจากเดือนก่อน เนื่องจากปริมาณการจำหน่ายยานยนต์ขยายตัวชะลอลงส่วนหนึ่งเพราะการผลิตรถยนต์ในประเทศได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติในญี่ปุ่น ส่วนปริมาณการใช้ไฟฟ้าของครัวเรือนหดตัวเป็นผลจากอุณหภูมิเฉลี่ยในเดือนนี้ที่ต่ำกว่าระยะเดียวกันปีก่อน ขณะเดียวกันดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจลดลงสู่ระดับ 47.3 สะท้อนมุมมองของผู้ประกอบการต่อภาวะธุรกิจที่เลวลงจากเดือนก่อน ส่าหรับในอีก 3 เดือนข้างหน้า ผู้ประกอบการเห็นว่าภาวะธุรกิจจะดีขึ้นจากปัจจุบัน สะท้อนจากดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจในอีก 3 เดือนข้างหน้าที่ 52.8 อย่างไรก็ตาม ดัชนีการลงทุนภาคเอกชน (PII) ขยายตัว 12.8% ชะลอลงจากเดือนก่อน ตามการชะลอตัวของการนำเข้าเครื่องจักรและอุปกรณ์ โดยเฉพาะการนำเข้าสินค้าทุนที่ชะลอลงหลังจากเร่งขึ้นมากในเดือนก่อนจากการนำเข้าแท่นขุดเจาะน้ำมันที่มีมูลค่าสูง รวมทั้งปริมาณจำหน่ายรถยนต์เชิงพาณิชย์ที่ขยายตัวในอัตราชะลอลงตามการผลิตรถยนต์ที่ลดลงจากผลของภัยพิบัติในญี่ปุ่น
Money Market - บาท/ดอลลาร์ เมื่อวันอังคาร (31 พ.ค.) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินส่วนใหญ่ในเอเซียรวมทั้งเงินบาทในเช้าวันนี้ตามภาวะที่ดัชนีตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่ปรับสูงขึ้นในวันนี้จากการที่ตลาดการเงินคาดว่ากรีซจะได้รับการช่วยเหลือทางการเงิน - เยน/ดอลลาร์ เมื่อวันอังคาร (31 พ.ค.) ค่าเงินเยนอ่อนลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในวันนี้จากการที่ Moody’s ประกาศทบทวนอันดับความน่าเชื่อถือของญี่ปุ่นเนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับนโยบายในการรับมือกับเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มหดตัวต่อเนื่อง - ยูโร/ดอลลาร์ เมื่อวันอังคาร (31 พ.ค.) ค่าเงินยูโรแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในวันนี้จากการที่ตลาดการเงินคาดการณ์ว่าเยอรมนีจะให้การสนับสนุนการให้ความช่วยเหลือครั้งใหม่แก่กรีซ ขณะเดียวกันการที่นาย Jean-Claude Juncker กล่าวว่าผู้นำ EU จะตัดสินใจมาตรการช่วยเหลือใหม่แก่กรีซให้เสร็จก่อนสิ้นเดือนมิถุนายนก็ส่งผลให้ค่าเงินยูโรแข็งขึ้นในช่วงเช้า
Capital Market - ตลาดสหรัฐฯ เมื่อวันอังคาร (31 พ.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐฯปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงเช้าวันนี้จากการที่ราคาสินค้าโภคภัณฑ์สูงขึ้นและการคาดการณ์เกี่ยวกับการที่ EU จะตัดสินใจเพิ่มการให้ความช่วยเหลือกรีซ ทั้งนี้แม้ดัชนีความเชื่อมั้นผู้บริโภคจะลดลง - ตลาดหุ้นเอเชีย เมื่อวันอังคาร (31 พ.ค.) ดัชนีนืกเกอิเปิดตลาดสูงขึ้นในเช้าวันนี้จากการที่ตลาดการเงินมองแนวโน้มทางบวกมากขึ้นเกี่ยวกับแนวโน้มที่ยุโรปจะให้ความช่วยเหลือทางการเงินเพิ่มเติมแก่กรีซซึ่งช่วยลดความกังวลเกี่ยวกับวิกฤติหนี้ยุโรป และส่งผลให้หุ้นของบริษัทในญี่ปุ่นที่ส่งออกไปยุโรปสูงมีราคาเพิ่มขึ้น ทั้งนี้แม้ว่า Moody’s มีแนวโน้มที่จะปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของญี่ปุ่นลง โดยในวันนี้ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดเพิ่มขึ้น 1.99% สำหรับดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตและดัชนีฮั่งเส็งปิดตลาดเพิ่มขึ้น 1.37% และ 2.16% ตามลำดับ จากแนวโน้มในทางบวกของวิกฤติหนี้กรีซ ขณะเดียวกันการที่รัฐบาลจีนจะเพิ่มค่าไฟฟ้าก็ส่งผลให้ราคาหุ้นของบริษัทผู้ผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้น ขณะที่ราคาน้ำมันและถ่านหินที่เพิ่มขึ้นก็ส่งผลบวกต่อหุ้นกลุ่มพลังงานของจีน - ตลาดหุ้นไทยเมื่อวันอังคาร (31 พ.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงเช้าก่อนจะปรับลดลงในเวลาต่อมาโดยมีการเคลื่อนไหวในช่วงแคบๆตลอดทั้งวัน ซึ่งต่างจากดัชนีตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเซียส่วนใหญ่ที่เพิ่มขึ้นมากในวันนี้
โดย สำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 1 มิถุนายน 2554
|






![]() | Today | 1965 |
![]() | All days | 1965 |
Comments